WISMATRAVEL - ตั๋วถูกจัง
ตั๋วถูกจัง

Autumn in Japan ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีทั้วญี่ปุ่น

เมื่อฤดูร้อนอันร้อนจัดสิ้นสุดลงก็จะเข้าสู่การมาเยือนของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ฤดูนี้จะเริ่มเห็นแมลงปอสีแดงโบยบินบนท้องฟ้า กลางคืนจะยาวนานและท้องฟ้าจะกระจ่างใส
 

Autumn in Japan

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีทั้วญี่ปุ่น

          เมื่อฤดูร้อนอันร้อนจัดสิ้นสุดลงก็จะเข้าสู่การมาเยือนของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ฤดูนี้จะเริ่มเห็นแมลงปอสีแดงโบยบินบนท้องฟ้า กลางคืนจะยาวนานและท้องฟ้าจะกระจ่างใส จึงเป็นฤดูกาลที่เหมาะแก่การชมจันทร์และดูดาวเป็นอย่างยิ่ง อากาศเย็นสบายนั้นเป็นลักษณะเด่นของฤดูกาลนี้ ทำให้มักมีการจัดกิจกรรม ประเพณีต่างๆ เช่น การแข่งซูโม่,เทศกาลดอกเบญจมาศ, แห่ศาลเจ้าทาคายามะ, แห่งศาลเจ้าคะระสึ, ขบวนแต่งกายโบราณของศาลเจ้าโทโชกุ, เทศกาลย้อนยุคของศาลเจ้าแฮอันในเกียวโต เป็นต้น

          การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีอันมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก เมื่อพืชพรรณธรรมชาติที่เคยเขียวขจีในฤดูร้อน ค่อยๆถูกย้อมด้วยสีส้มและแดงสดใส ใบไม้เปลี่ยนสีจะเริ่มเห็นได้จากทางเหนือของญี่ปุ่น และค่อยๆลงไปทางใต้

          ใบไม้เปลี่ยนสีที่ได้รับความนิยม คือ ใบของต้นเมเปิ้ลหรือที่ชาวญี่ปุ่น เรียกกันว่า “โมมิจิ” (Momiji) สีแดงเข้ม และใบของต้นแปะก๊วย หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “อิโจ” (Icho) สีเหลือง

นอกจากนี้ ฤดูใบไม้ร่วงยังเป็นฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว จึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลไม้และอาหารต่างๆ การได้เอร็ดอร่อยไปกับ องุ่น ลูกพลับ เกาลัด แอปเปิ้ล เห็ด มันเทศญี่ปุ่น ปลาซันมะ ปู จึงเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของฤดูกาลนี้

แนะนำสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีและงานเทศกาล ในประเทศญี่ปุ่น

1. อุทยานแห่งชาติ ไดเซ็ทสึซัง(Daisetsuzan Nation Park) (ฮอกไกโด)

          อุทยานแห่งชาติ ไดเซ็ทสึซัง ได้ชื่อว่า เป็นสถานที่ที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีเร็วที่สุดในญี่ปุ่น สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ได้รับความนิยม คือ ทิวเขาอะซาฮิดาเกะ (Mt. Asahidake) และทิวเขาคุโระดาเกะ (Mt. Kurodake) น้ำพุร้อนพร้อมวิวสวยงามที่อนเซ็น โคเงน (Kogen) และโซอุนเคียว (Sounkyo) จุดเดินป่าหุบเขาโมมิจิดานิ (Momijidani) และจุดชมวิวกินเซ็นได (Ginsendai)

          การเดินทาง จากสถานีรถไฟ Kamikawa โดยสารรถบัสลงที่ Sounkyu Onsen ใช้เวลา 30 นาที จากสถานีรถไฟ Asahikawa โดยสารรถบัสลงที่ Asahidake Onsen ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที

          ช่วงเวลา กลางเดือนกันยายน – ต้นเดือนตุลาคม

2. ทะเลสาบโทวาดะและลำธารโออิราเสะ(Lake Towada / Oirase Stream) (อะโอโมริ)

          ลำธารโออิราเสะ มีทางเดินเขาสำหรับให้ผู้มาเยือนได้ใช้เวลาอย่างเพลิดเพลินกับการชมใบไม้เปลี่ยนสี ท่ามกลางสายน้ำและโขดหินที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำ และที่ทะเลสาบโทวาดะ (Lake Towada) นั้นล้อมรอบไปด้วยภูเขาจึงเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่นิยมอีกแห่งหนึ่ง พร้อมทั้งมีบริการล่องเรือให้ชมความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีจากบนเรือ

          การเดินทาง จากสถานีรถไฟ Aomori โดยสารรถบัสลงที่ Towadako ใช้เวลา 170 นาที จากสถานีรถไฟ Hachinohe โดยสารรถบัสลงที่ Towadako ใช้เวลา 135 นาที

          ช่วงเวลา กลางเดือนตุลาคม – ปลายเดือนตุลาคม

3. ภูเขาซะโอและซะโออนเซ็น(Mt. Zao / Zao Onsen Town) (ยะมะงะตะ)

เครดิตภาพจาก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น Japan National Tourism Organization

          สถานที่ห่างนี้เต็มไปด้วยจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การขับรถโดยใช้เส้นทางสาย ซะโอ เอโค่ ไลน์ (Zao Echo Line) ซึ่งตลอดเส้นทางมีความยาวทั้งสิ้น 26 กิโลเมตร หรือจะไปชมใบไม้เปลี่ยนสี แบบผ่อนคลายที่ ซะโออนเซ็น (Zao Onsen Town) รวมถึงการชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขา ซะโอ (Zao Mountain Range) โดยขึ้นกระเช้าไฟฟ้าซะโอ แล้วเดินชมธรรมชาติ ไปตามเส้นทางยอดนิยม เพื่อพิชิตปากปล่องภูเขาไฟโอคะมะ (Okama Crater) ก็ได้เช่นกัน

          การเดินทาง จากสถานีรถไฟ Yamagata โดยสารรถบัสลงที่ Zao Onsen ใช้เวลา 45 นาที

          ช่วงเวลากลางเดือนตุลาคม – ปลายเดือนตุลาคม

4. นิกโก้และน้ำตกริวซุ(Nikko / Ryuzu Waterfall) (โทชิงิ)

          นิกโก้เป็นเมืองที่มีชื่อเสียง ด้วยศาลเจ้านิกโก้โทโชงู ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและสะพานแดงชินเคียว (Shinkyo Bridge) ที่นิกโก้ยังมีจุดชมใบไม้แดงที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ น้ำตกริวซุ (Ryuzu Waterfall) น้ำตกที่ดูเหมือนหัวของมังกรที่วิ่งลงมาจากสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายจุด ได้แก่ น้ำตกเคะกง (Kegon Waterfall) ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chusenji) และถนนมังกรฮิโระฮะซะกะ (Irohazaka Winding Road) 

          การเดินทาง จากสถานีรถไฟ Nikko โดยสารรถบัส ใช้เวลา 60 นาที

          ช่วงเวลาปลายเดือนกันยายน – กลางเดือนตุลาคม

5. สวนสาธารณะโชวะคิเนน(Showa Kinen Park) (โตเกียว)

เครดิตภาพจาก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น Japan National Tourism Organization

          การชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวนสาธารณะโชวะคิเนน (Showa Kinen Park) แห่งนี้มีมุมที่ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษก็คือ แนวต้นแปะก๊วย บริเวณหน้าประตูทะจิคาวะ (Tachikawa  Gate) เป็นภาพต้นแปะก๊วยสีสดใสเรียงรายสองฝั่งทางเดิน นอกจากนี้ยังมีอีกหลายจุดชมใบไม้แดงในโตเกียว เช่น ถนนต้นแปะก๊วยที่จิงกูไกเอ็น (Jingugaien Ginko Avenue), สวนริขุกิเอ็น (Rikugi-en), สวนชินจูกุเงียวเอ็น (Shinjuku Gyoen), สวนโยโยกิโคเอ็น (Yoyogi Koen), ภูเขาทาคาโอะ (Mt. Takao) เป็นต้น

          การเดินทาง จากสถานีรถไฟ JR Nishi-Tachikawa เดินต่ออีก 2 นาที

          ช่วงเวลาต้นเดือนพฤศจิกายน – ปลายเดือนพฤศจิกายน

 6. ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko) (ยะมะนะชิ)

          เป็นทะเลสาบที่อยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิมาก จึงเป็นเหมือนประตูสู่ฟูจิและมีเทศกาลชมใบไม้แดงยอดนิยม คือ Fujikawaguchiko Autumn Leave Festival ซึ่งโดดเด่นด้วยอุโมงค์เมเปิ้ล (Momiji Tunnel) และตอนกลางคืนมีเปิดไฟไลท์อัพ นอกจากนี้ยังมีจุดชมดอกไม้แดงอื่นๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะ (Museum of Art) กระเช้าชมวิวคะชิคะชิ (Kachi Kachi Ropeway), เจดีย์จูเรโต (Chureito Pagoda) และกิจกรรมแช่อนเซ็น เป็นต้น

          การเดินทาง จากสถานีรถไฟ Tokyo โดยสารรถไฟ / รถบัสไปลงที่สถานี Kawaguchiko ใช้เวลา 125-160 นาที

          ช่วงเวลา ต้นเดือนพฤศจิกายน – ปลายเดือนพฤศจิกายน

7. ทาเตยามะ(Tateyama) (โทยามะ)

          เมืองทาเตยามะ เป็นศูนย์กลางของจุดชมใบไม้แดงหลายเส้นทาง เช่น เส้นทางเจแปนแอลป์ ทาเตยามะคุโระเบะ (Tateyama Kurobe Alpine Route) จุดชมใบไม้แดงเด่นๆ ในเส้นทางนี้ คือ บนที่ราบสูงมุโระโด (Murodo Plateau) จุดที่สูงที่สุดในเส้นทางเจแปนแอลป์ ต่อด้วยขึ้นกระเช้าไฟฟ้าทาเตยามะ (Tateyama Ropeway) ที่เชื่อมระหว่างภูเขาไดคังโบ (Mt. Daikanbo) กับที่ราบคุโรเบะไดระ (Kurobe-daira) และชมเขื่อนคุโรเบะ (Kurobe Dam) เขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมีเส้นทางรถไฟที่วิ่งท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ในหุบเขาคุโรเบะ (Kurobe Gorge)

          การเดินทาง จากสถานีรถไฟ Toyama โดยสารรถไฟไปลงสถานี Tateyama ใช้เวลา 65 นาที

          ช่วงเวลากลางเดือนกันยายน – ต้นเดือนตุลาคม

8. ชูเซ็นจิ นิจิโนะซาโตะ(Shuzenji Nijino Sato) (ชิซุโอกะ)

          ที่นี่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้นานกว่าที่อื่นในญี่ปุ่น โดยสวนขนาดใหญ่แห่งนี้จะถูกย้อมไปด้วยสีสันสวยสดของป่าเมเปิ้ลกว่า 1,000 ต้น เวลากลางคืนจะมีการจัดไลท์อัพอย่างสวยงาม และมีต้นไม้ชนิดอื่นๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 2,000 ต้น นอกจากนี้ยังมีจุดชมใบไม้แดงคะทสึระ (Katsura bridge), ป่าไผ่ขนาดเล็ก (Chikurin no Komichi), วัดชุเซ็นจิ (Shuzenji Temple) ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่และอนเซ็นธรรมชาติเป็นต้น

          การเดินทาง จากสถานีรถไฟ Shuzenji โดยสารรถบัสไปลงที่ Nijinosato ใช้เวลา 20 นาที

          ช่วงเวลาปลายเดือนพฤศจิกายน – กลางเดือนธันวาคม

9. โอะบาระและโครังเค (Obara / Korankei) (ไอจิ)

เครดิตภาพจาก คุณ Atwin เจ้าของกระทู้จาก pantip

          โอะบาระ (Obara) นั้นเป็นสถานที่ที่จะได้ชมทั้งความงามของใบไม้แดงและดอกซากุระพร้อมกัน ซึ่งหาชมได้ยากมากในญี่ปุ่น ทั้งยังจะมีการจัดงาน “เทศกาลชมดอกซากุระสี่ฤดู (Shikizakura Festival)” ส่วนใบไม้แดงที่โครังเค (Korankei) ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานป่าไม้ มีต้นเมเปิ้ลมากกว่า 4,000 ต้น มีจัดงาน “เทศกาลโมมิจิมัตสึริ (Momijimatsuri)” มีกิจกรรมมากมายเช่นกัน การเปิดไฟไลท์อัพตอนกลางคืน, งานเทศกาลดนตรี-กลองญี่ปุ่น เป็นต้น

          การเดินทาง จากสถานี Toyata-shi โดยสารรถบัสไปลงที่ป้าย Obara Okusa ใช้เวลา 60 นาที (Korankei) จากสถานี Higashi Okazaki โดยสารรถบัสไปลงที่ป้าย Korankei ใช้เวลา 70 นาที

          ช่วงเวลา ต้นเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม

10. อาราชิยะมะ(Arashiyama) (เกียวโต)

เครดิตภาพจาก Discover Kyoto (https://www.discoverkyoto.com)

          อาราชิยะมะ มีย่านเมืองเก่าซากะ โทริอิโมโตะ (Saga-Torimoto) ที่มีร้านขายของที่ระลึกตลอดสองข้างทางไปจนถึงสะพานโทเก็ทสึเคียว (Togetsukyo) โดยมีฉากหลังเป็นทิวเขาและยังมีขบวนรถไฟสายซะกะโนะ (Sagano Romantic Train) รถไฟสายโรแมนติกลัดเลาะหุบเขาโฮซุเคียว (Hozukyo) ที่ข้างทางเป็นต้นเมเปิ้ลกับแม่น้ำสีเขียวมรกต โดยขากลับสามารถล่องเรือกลับได้ นอกจากนี้ในเมืองเกียวโตยังมีจุดชมใบไม้แดงอื่นๆ เช่น วัดโทฟุคุจิ (Tofukuji), ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka-jinja), วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera) เป็นต้น

          การเดินทาง จากสถานี JR Saga-Arashiyama แล้วเดินอีก 15 นาที

          ช่วงเวลา กลางเดือนพฤศจิกายน – ปลายเดือนธันวาคม

11. สวนสาธารณะนารา(Nara Park) (นารา)

เครดิตภาพจาก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น Japan National Tourism Organization

          สวนสาธารณะนารา (Nara Park) ซึ่งมีกวางเลี้ยงแบบปล่อยอิสระอาศัยอยู่กว่า 1,200 ตัว ช่วงเวลาของใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ยาวนานยิ่งนัก สวนแห่งนี้มีทั้งใบเมเปิ้ล สีแดงสดและใบแปะก๊วยสีเหลืองอร่าม นอกจากนี้ยังมีจุดชมใบไม้แดงอื่นๆ อาทิ วัดโทไดจิ (Todiji), วัดโคฟุคุจิ (Kofukuji), สวนอิซุยเอ็น (Isui-en), สวนโยชิคิเอ็น (Yoshiki-en), ศาลเจ้าทันซัน (Tanzan Shrine) เป็นต้น

          การเดินทาง จากสถานีรถไฟ Kintetsu Nara เดิน 5 นาที

          ช่วงเวลา ต้นเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม

12. สวนสาธารณะโมมิจิดานิ (Momijidani Park) (ฮิโรชิมะ)

          สวนสาธารณะโมมิจิดานิ ตั้งอยู่บนเกาะมิยะจิมะ (Miyajima Island) ตัวสวนอยู่บริเวณเชิงเขามิเชน (Mt. Misen) และทอดยาวไปตามแม่น้ำโมมิจิดานิ จุดที่สวยที่สุด คือ สะพานโมมิจิ ในสวนแห่งนี้มีต้นเมเปิ้ลกว่า 200 ต้น และสิ้นสุดทางเดินที่น้ำตกโมมิจิ นอกจากนี้ยังมีจุดชมใบไม้แดง อาทิ ศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ (Itsukushima), วัดไดโชอิน (Daisho-in), เจดีย์ 5 ชั้นและหอเซนโจคะคุ (Senjokaku Hall), ทิวทัศน์บนยอดเขามิเซน (Mt. Misen) เป็นต้น

          การเดินทาง จากสถานี Miyajimaguchi โดยสารเรือเฟอร์รี่ไปลงที่ Miyajima Island ใช้เวลา 10 นาที

          ช่วงเวลา ต้นเดือนพฤศจิกายน – ปลายเดือนพฤศจิกายน

13. ภูเขาไดเซ็น (Mt. Daisan) (ทตโตริ)

เครดิตภาพจาก San'in Tourism Organization

          ภูเขาไดเซ็น เป็น 1 ใน 100 ภูเขาที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีหลากหลายมุม ได้แก่ แนวป่าต้นบีช (The Beech Forest) และอุโมงค์เมเปิ้ล, มีจุดชมวิวจากสันเขาคางิคะเคะโทเกะ (Kagikake-Toge), ที่ราบสูงไดเซ็นมาสุมิสึ โดเก็น (Daisen Masumizu Kougen), ที่ราบภูเขาโกเอ็น (Goenzan-Noroshidai), วัดไดเซ็นจิ (Daisenji), และศาลเจ้าโอกะมิยะมะ (Ogamiyama Shrine) นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนุกๆ อย่างการขี่ม้า ตั้งแคมป์ ปีนเขาเดินป่าเส้นทางต่างๆ เป็นต้น

          การเดินทาง จากสถานีรถไฟ Yanago โดยสารรถบัสใช้เวลา 50 นาที

          ช่วงเวลา ปลายเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน

14. ศาลเจ้าโคโตฮิระกู(Kotohira-gu Shrine) (คางาวะ)

เครดิตภาพจาก  Kyotango City Tourism Association

          ศาลเจ้าโคโตฮิระกู มีอีกชื่อหนึ่งว่า คมปิระซัง (Konoira san) ตั้งอยู่ตอนกลางของภูเขาโซซู (Mt. Zozu) มีประวัติยาวนานกว่า 3,000 ปี ศาลเจ้าแห่งนี้โอบล้อมด้วยป่าไม้อันกว้างใหญ่ ในฤดูใบไม้ร่วงจึงเป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเดินสองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของที่ระลึกหรือร้านอุด้งไปตามบันไดหิน 785 ขั้นที่ทอดตัวยาวขึ้นไปสู่ตัวศาลเจ้าบนยอดสุดซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองโคโตฮิระได้

          การเดินทาง จากสถานี Kotoden – Kotohira / JR Kotohira แล้วเดินต่ออีก 10-15 นาที

          ช่วงเวลา ต้นเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม

15. อุทยานแห่งชาติอุนเซ็น(Unzen Nation Park) (นางาซากิ)

          อุทยานแห่งชาติอุนเซ็น มีพืชพรรณใบไม้แดงกว่า 120 ชนิด และได้รับการจัดให้เป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติของญี่ปุ่น เมื่อมองจากกระเช้าอุนเซ็น (Unzen Ropeway) ลงมาจะเห็นทัศนียภาพอันงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีเบื้องล่าง โดยจะเริ่มที่สันเขานิตะ (Nita Pass) ไปยังยอดเขาเมียงเคน (Mt. Myoken) และมีเส้นทางเดินป่าไปยังยอดเขาฟุเกน (Mt. Fugen) นอกจากนี้ อุนเซ็น-อนเซ็น (Unzen-Onsen) เป็นแหล่งอนเซ็นที่มีชื่อเสียงมายาวนานอีกด้วย

          การเดินทาง (Unzen Ropeway) จากสถานีรถไฟ Nagasaki โดยสารรถบัส Unzen ใช้เวลา 120 นาที แล้วต่อรถแท็กซี่อีก 15 นาที ไปลงที่ Unzen Ropeway

          ช่วงเวลา ปลายเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน

สภาพอากาศและกายแต่งกาย ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

          เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสี อุณหภูมิในเวลากลางวันและกลางคืนจะต่างกันมาก ถึงแม้ว่าตอนเวลากลางวันอากาศจะร้อนเพราะแสงแดด แต่ก็ยังมีลมหนาวพัดผ่าน อากาศปลอดโปร่งแจ่มใสคือลักษณะเด่นของฤดูใบไม้ร่วง

          แต่หากต้องการไปเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีซึ่งส่วนมากมักต้องไปตามพื้นที่สูง จึงแนะนำว่าควรใส่เสื้อผ้าหนาๆ หมวกอุ่นๆ ติดไปด้วย

          ก่อนเดินทางแนะนำให้ตรวจสอบสภาพอากาศและช่วงเวลางานเทศกาลจากเว็บไซต์ของสถานที่อีกครั้ง

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น(Japan National Tourism Organization)