WISMATRAVEL - ตั๋วถูกจัง
ตั๋วถูกจัง

Hakone

ฮาโกเน่ ชมฟูจิ ล่องเรือโจรสลัด ในทะเลสาบแสนสวย
 

Hakone

ฮาโกเน่ ชมฟูจิ ล่องเรือโจรสลัด ในทะเลสาบแสนสวย

            ฮาโกเน่ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Fuji – Hakone – Izu มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่าพันปี และเป็นหนึ่วในสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเกือบทั่วทุกมุมโลก เพราะฮาโกเน่เป็นแหล่งธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ สามารถมาเที่ยวได้เกือบทุกฤดู ซึ่งแต่ละฤดูก็มีความงามที่แตกต่างกันออกไป และยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ เช่น ออนเซน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ ทะเลสาบ และหุบเขา

            สถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณนี้ สามารถเดินทางไปเช้า เย็นกลับ ได้ภายในวันเดียว แต่หากมีเวลาก็อยากแนะนำให้พักที่นี่สักคืนหนึ่ง พักโรงแรมแบบญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า “เรียวกัง” ซึ่งก็มีหลายระดับราคา ช่วงเวลาที่มาเที่ยวมากที่สุด คือ ฤดูใบไม้ผลิและช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

การเดินทางไปฮาโกเน่

  • นั่งรถไฟจากเมืองอื่นๆ

            ฮาโกเน่ เป็นเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว วิธีเดินทางที่นิยมและสะดวก คือ นั่งรถไฟเอกชน สาย Odakyu จากสถานี Shinjuku แล้วลงที่สถานี Hakone – Yumoto ใช้เวลา 84 นาที เที่ยวเดียวราคา 2,080 เยน

            หรือหากใครที่เดินทางด้วยรถไฟของ JR สามารถลงที่สถานี Odawara แล้วค่อยเปลี่ยนมาใช้บริการรถไฟ หรือรถบัสของบริษัท Odakyu ที่สถานีนี้ก็ได้

การเดินทางภายในฮาโกเน่

            เมื่อมาถึงยังสถานี Hakone – Yumoto เรียบร้อยแล้ว สามารถนั่งรถไฟสาย Hakone Tozan Railway ไปยังสถานี Gora และที่สถานี Gora จะเป็นรถรางลากขึ้นไปยังสถานี Sounzan เพื่อต่อกระเช้าไปยังสถานี Owakudani (หุบเขาโอะวะคุดะนิ) หรือสถานี Togendai ซึ่งเป็นปลายทางและเป็นท่าเรือในการล่องเรือในทะเลสาบอะชิ จากนั้นค่อยต่อรถบัสกลับ หรือหากใครเดินทางโดยรถบัสจากสถานี Odawara เลยก็สามารถล่องเรือก่อน (ที่ท่าเรือ Moto – Hakone หรือ Hakonemachi) ค่อยไปขึ้นกระเช้าแล้ววนกลับอีกทางก็ได้  

  • รถไฟ

            Hakone Tozan Railway วิ่งให้บริการระหว่างสถานี Gora เป็นรถไฟคลาสสิคขบวนเล็กๆ ที่วิ่งผ่านทิวทัศน์อันสวยงาม

  • Hakone Tozan Cable Car

            รถรางลากด้วยสายเคเบิ้ล ใช้ขึ้นลงเขา ช่วงจากสถานี Gora ถึงสถานี Sounzan

  • Hakone Ropeway

            กระเช้าที่ไต่ระดับความสูงขึ้นไปในระยะทางยาวพอสมควร ให้บริการระหว่างสถานี Sounzan แวะจอดที่สถานี Owakudani แหล่งท่องเที่ยวชมหุบเขาชื่อดัง มาสุดปลายทางที่สถานี Togendai ซึ่งอยู่ริมทะเลสาบอะชิ (หากบริเวณหุบเขามีการปะทุของภูเขาไฟ รถกระเช้าจะปิดบางช่วง ต้องนั่งรถบัสแทน)

  • เรือ

            เรือโจรสลัดจะให้บริการระหว่างท่าเรือทั้งสามแห่งในทะเลสาบอะชิ ได้แก่ท่าเรือ Togendai, ท่าเรือ Hakone Machi และท่าเรือ Moto Hakone

  • รถบัส

            มีรถบัสวิ่งให้บริการโดยสายหลักๆ คือ Hakone Tozan Bus ซึ่งวิ่งจากสถานี Odawara ชานชาลาที่ 3 ผ่านจุดท่องเที่ยวสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็น ป้าย Hakone Machi หรือป้าย Hakone Moto ที่จะไปต่อเรือ หรือป้ายขึ้นรถรางสาย Hakone Tozan Cable Car ที่สถานี Gora นอกจากนี้ยังมีรถบัสท้องถิ่นให้บริการอีกหลายสาย

ตั๋วเดินทาง

  • ตั๋วHakone Free pass

            เป็นตั๋วที่ครอบคลุมทั้งรถไฟสาย Odakyu และ Hakone Tozan ตั้งแต่สถานี Shinjuku ถึงสถานี Hakone – Yumoto, รถบัสท้องถิ่นที่ให้บริการภายในบริเวณ รวมถึงเรือ, รถราง (Hakone Tozan Cable Car) และ Hakone Ropeway แบบไม่จำกัดเที่ยว มีให้เลือก 2 แบบ คือ ราคา 5,140 เยน ใช้ได้ 2 วัน และราคา 5,640 เยน ใช้ได้ 3 วัน

  • ตั๋วFuji Hakone Pass

            อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่อยากจะเที่ยวชมทะเลสาบทั้ง 5 ที่อยู่รอบๆฟูจิ แบบเต็มอิ่มด้วยตั๋ว Fuji Hakone Pass โดยมีตั๋วให้เลือก 2 แบบ คือ เริ่มต้นเดินทางจากสถานี Shinjuku ราคา 8,000 เยน (เหมาะกับคนที่มาจากโตเกียว) หรือจากสถานี Odawara ราคา 5,650 เยน (เหมาะกับคนที่มาจากเมืองทางใต้ เช่น โอซาก้า) ตั๋วมีอายุ 3 วัน สามารถเดินทางเที่ยวในแถบฮาโกเน่และทะเลสาบอื่นๆรอบฟูจิได้หมด

 

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน “ฮาโกเน่”

  • หุบเขา  Owakudani

          เดิมเรียกว่า หุบเขานรก (Jigokudani) ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นหุบเขา Owakudani หมายถึง หุบเขาที่มีควันพวยพุ่งออกมา คือ บริเวณรอบๆปากปล่องภูเขาไฟที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟฮาโกเน่ เมื่อ 3,000 ปีก่อน มีลักษณะเป็นแอ่งกำมะถันที่มีควันพวยพุ่งอยู่เป็นระยะ หุบเขา Owakudani เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่น่าสนใจ มีสิ่งที่น่าสนใจ คือ การเดินขึ้นไปชมจุดที่เป็นบ่อน้ำร้อน อยู่ห่างจากสถานีกระเช้า ประมาณ 500 เมตร เป็นทางขึ้นเขาแต่ไม่ชันมาก ตลอดทางจะได้กลิ่นกำมะถันโชยมา กลิ่นจะแรงมากน้อยขึ้นอยู่กับความแรงของน้ำร้อนและกระแสลมในแต่ละวัน

            ส่วนกิจกรรมอีกอย่างที่ไม่ควรพลาด คือ การทานไข่ดำ หรือ Kuro Tamago ผ่านการต้มในบ่อน้ำร้อนที่มีส่วนผสมของกำมะถัน มีความเชื่อกันว่า ทานไข่ดำหนึ่งฟอง จะทำให้อายุยืนเพิ่มขึ้น 7 ปี ที่นี่มีร้านขายของฝาก ร้านอาหารและขนมไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

เปิดให้บริการเวลา: เส้นทางเทรคกิ้ง 08.30 – 17.00 น.

อัตราค่าเข้าชม: ฟรี

การเดินทาง: นั่งรถกระเช้า Hakone Ropeway จากสถานี Sounzan แล้วลงที่สถานี Owakudani หรือหากมาจากทะเลสาบอะชิ ขึ้นรถกระเช้าที่สถานี Togendai (ท่าเรือ) แล้วลงที่สถานี Owakudani เช่นกัน

  • ล่องเรือทะเลสาบ  Ashi

 

         เรือที่ให้บริการ คือ Hakone Sightseeing Cruise ตกแต่งแปลกแนวแฟนตาซี คล้ายเรือโจรสลัดในนิทาน จึงกลายเป็นชื่อเรียกเล่นๆ ว่า เรือโจรสลัด ซึ่งให้บริการล่องพานักท่องเที่ยวชมทัศนียภาพ ในทะเลสาบอะชิ (Ashi Lake) วิวภูเขาไฟฟูจิจากบนเรือ และมองเห็นบ้านคนที่อยู่บนฝั่ง ชั้นบนของเรือเปิดเป็นลานโล่ง วันอากาศดีที่ไม่หนาวเกินไป ออกไปยืนรับลมและชมวิว ที่นี่โรแมนติกและสวยงามมาก ระหว่างทางที่เรือแล่นจะผ่านศาลเจ้าฮาโกเน่ ที่มีประตูโทริอิสีส้มแดงอยู่กลางน้ำ

อัตราค่าเข้าชม: 970 เยน แต่หากมีตั๋ว Hakone freepass สามารถนั่งเรือได้ฟรี

การเดินทาง: จากสถานี Hakone – Yumoto นั่งรถบัสมาลงที่ท่าเรือ Moto Hakone Ko หรือท่าเรือ Hakone Machi Ko

  • ศาลเจ้า  Hakone

          ศาลเจ้าฮาโกเน่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือ Moto – Hakone ของทะเลสาบอะชิ (Ashi Lake) ตัวศาลหลักซ่อนตัวอยู่บนเนินของป่าสนซีดาร์ เก่าแก่อายุกว่า 800 ปี ระหว่างทางจากท่าเรือไปยังศาลเจ้าเต็มไปด้วยท่าเรือน้อยใหญ่ และจุดตกปลา เราสามารถเดินตามทางหลัก (ทางรถยนต์) แล้วแยกเดินตามตะเกียงโบราณไปเรื่อยๆ หรือเดินตามทางเลียบทะเลสาบ ที่เต็มไปด้วยความร่มรื่นของต้นไม้น้อยใหญ่ ก่อนจะไปสิ้นสุดตรงเสาโทริอิขนาดใหญ่สีแดง ที่ตั้งเด่นสง่าในทะเลสาบ และเมื่อหันหลังกลับก็จะเป็นทางขึ้นไปยังศาลเจ้าหลัก ซึ่งเป็นบันไดสูงชัน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นบททดสอบแรงศรัทธาของผู้คนนั่นเอง

            ตัวศาลเจ้าดั้งเดิม คือ Motosumiya นั้นตั้งอยู่บนยอดเขา Komagatake ของเทือกเขาฮาโกเน่ สามารถขึ้นไปถึงอย่างสะดวกสบาย โดย Komagatake Ropeway ส่วนศาลเจ้าหลักที่เห็นปัจจุบันถูกสร้างขึ้นมาภายหลัง ตัวศาลและอาคารหลายหลังทาด้วยสีแดงสดใส บนคานฉลุเป็นลวดลายชดช้อยและมีการลงรักปิดทองอย่างงดงาม

เปิดให้บริการเวลา: ตลอดเวลา

การเดินทาง: จากหน้าสถานี Owadara นั่งรถบัสสาย Hakone Tozan Bus Line จากชานชาลาที่ 3 ลงที่ป้าย Moto – Hakone เดินเลียบทะเลสาบฝั่งขวามือหรือเดินตามตะเกียงโบราณสีแดงเรื่อยๆ จะเจอทางขึ้นไปยังศาลหลัก

  • ถนนโบราณและด่าน  Hakone Checkpoint

          ริมทะเลสาบอะชิ Ashi บริเวณ Hakone Machi จะมีเส้นถนนโบราณสาย Tokaido (Old Tokaido road) ซึ่งมีต้นทางอยู่ที่ สถานี Hakone – Yumoto หนึ่งในสถานีรถไฟสาย Hakone Tozan Line กับเกียวโต (เมืองหลวงเก่า) ถนนสายนี้ปัจจุบันมีบางส่วนหลงเหลืออยู่ และอนุรักษ์ไว้เป็นเส้นทางเดินป่า (Trekking) ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร โดยพื้นถนนเดิมบางช่วงปูด้วยก้อนหินซ้อนกันถึงสองชั้น เพื่อให้ทนทานต่อฝนที่ตกลงมามากในแถบนี้ บางช่วงถนนนี้ก็แยกออกไปในป่า บางช่วงเป็นเส้นทางคู่ขนานไปกับถนนสาย Tokaido ที่รถวิ่งอยู่ในปัจจุบัน

            จุดที่น่าสนใจมีอยู่ 2 ช่วง คือ ช่วงจาก Moto Hakone มายัง Hakone Machi ใกล้ๆ Moto Hakone จะมีตรงที่เป็นถนนลอดใต้แนวต้นสนเก่าแก่ (Cedar Avenue) ในอดีตเคยเป็นด่านสำคัญใช้ควบคุมคนเดินทางไปมาระหว่างสองเมือง คือ เอโดะกับเกียวโต ซึ่งด่านทีเห็นอยู่ในปัจจุบันได้รับการบูรณะ โดยอาคารบางส่วนสร้างขึ้นใหม่ เป็นสถาปัตยกรรมสมัยเอโดะ และเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมีหุ่นจำลอง แสดงกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดในยุคนั้น เช่น โรงพักม้าห้องครัว ด่านตรวจคนเดินทาง ที่พัก เป็นต้น บริเวณเหนือด่านเป็นเนินสูงสามารถเดินขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ทะเลสาบ Ashi ในมุมสูงได้ด้วย

เปิดให้บริการเวลา: 09.00 – 17.00 น.

อัตราค่าเข้าชม: 500 เยน (มี Hakone Freepass ลดเหลือ 400 เยน)

การเดินทาง: จากท่าเรือ Hakone Machi เดินต่อมาประมาณ 700 เมตร

  • สวน  Hakone Detached Palace

          หรืออีกชื่อ คือ Onshihakone Park เคยเป็นสถานที่แปรพระราชฐานในฤดูร้อนของราชวงศ์ญี่ปุ่น ภายหลังได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวได้เข้าชม ตัวอาคารตั้งอยู่บริเวณเนินสูงสุด ใจกลางของสวน บริเวณรอบๆ เป็นลานสนามหญ้าขนาดย่อม และมีศาลาขนาดใหญ่ให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ถัดไปอีกโซนหนึ่งจะเป็นสวนบอนไซที่จัดแต่งอย่างสวยงาม เมื่อเดินขึ้นไปบนเนินจะเป็นศาลาสำหรับชมวิวทะเลสาบอะชิ ที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง และหากใครต้องการ Trekking เบาๆด้านล่างของเนินก็มีทางเดินเลียบทะเลสาบที่ร่มรื่นอีกด้วย

            สำหรับสวน Hakone Detached Palace สามารถเข้าถึงได้จาก 2 ท่าเรือ คือ Motomachi และ Moto – Hakone ซึ่งทั้งสองทางก็จะมีทางเดินเลียบทะเลสาบ เพื่อมาที่สวน โดยเฉพาะถ้ามาจากท่าเรือ Moto – Hakone ทางเดินช่วงหนึ่งจะเต็มไปด้วยสนซีดาร์ขนาดใหญ่ ให้ความร่มรื่น รวมถึงมอส เฟิร์น ที่ปูพื้นเสมือนหนึ่งเป็นพรมสีเขียวเลยทีเดียว

เปิดให้บริการเวลา: บริเวณสวนเปิดตลอดเวลา, อาคารจะปิดช่วงกลางคืน

อัตราค่าเข้าชม: ฟรี

การเดินทาง: จากท่าเรือ Moto – Hakone เดินตามถนนหลักหรือเดินเลียบทะเลสาบมาทางซ้ายมือประมาณ 600 เมตร หรือนั่งรถบัสสาย Hakone Tozan Bus Line ลงป้าย Hakone Shisho mae จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 300 เมตร หรือเดินจากท่าเรือ Moto Machi มาทางขวามือ (หากหันหน้าเข้าหาทะเลสาบ) ประมาณ 350 เมตร