WISMATRAVEL - ตั๋วถูกจัง
ตั๋วถูกจัง

Winter in Japan

สนุกกับฤดูหนาวในญี่ปุ่น (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) เทศกาลต่างๆ ในช่วงนี้จะเกี่ยวข้องกับหิมะและน้ำแข็ง
 

เที่ยวญี่ปุ่นในฤดูหนาว

   สนุกกับฤดูหนาวในญี่ปุ่น (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) เทศกาลต่างๆ ในช่วงนี้จะเกี่ยวข้องกับหิมะและน้ำแข็ง ทุกท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับหิมะ รูปแกะสักน้ำแข็ง และเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลคริสมาส รวมถึงเทศกาลปีใหม่ มีการประดับประดาไฟตามสถานที่ต่างๆ และอาหารอร่อยมากมาย โดยเฉพาะอาหารทะเลซึ่งจะอร่อยเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว

1. Sapporo White Illumination
    จุดเด่น : จัดงานมาตั้งแต่ปี 1981 ดวงไฟพร่างพราวที่ซัปโปโร จะทำให้คืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟ ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของคุณ
    ช่วงเวลา : ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์
    ที่ตั้ง : Odori Park, Sapporo Ekimae-dori and Minami 1jo-dori Sapporo, Hokkaido
    การเดินทาง : นั่งรถไฟไปลงที่ JR Sapporo แล้วเดินต่อที่จัดงานอยู่รอบบริเวณสถานี

2. เทศกาลคริสมาส
    ช่วงคริสมาสจะมีการประดับประดาไฟอย่างสวยงามตามสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ทั่วญี่ปุ่น โดยเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเรื่อยไปจนถึงเทศกาลคริสมาสและช่วงปีใหม่ รอบๆโตเกียว สามารถชมการประดับไฟได้แถวชินจูกุ กินซ่า รอบปงงิฮิลล์ หรือโอไดบะ รวมถึงตามสวนสนุกต่างๆ ทั่วญี่ปุ่น เช่น Tokyo Disney Land, Sanrio Puro Land, Universal Studio Japan หรือ Huis Ten Bosch และตามสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งการค้าตามเมืองใหญ่ๆทั่วประเทศ

3. Sendai Pageant of Starlight
    จุดเด่น : ประดับประดาดวงไฟกว่า 600,000 ดวง บนต้นไม้สองข้างทางที่โอบล้อมถนน Jozenjidori
    ช่วงเวลา : เดือนธันวาคม
    ที่ตั้ง :Sendai, Miyagi
    การเดินทาง : จากสถานี JR Sendai ต่อรถไฟใต้ดินสาย Nanboku Line ลงสถานีรถไฟใต้ดิน Koutoudai – Koen

4. เทศกาลปีใหม่
    ปีใหม่ หรือที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “โอะโชกัทสึ” เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-3 มกราคม ร้านค้า โรงงาน และธุรกิจต่างๆ ปิดให้บริการ แม้จะดูเงียบไปนิด แต่ในช่วงนี้คุณจะได้สัมผัสกับเทศกาลปีใหม่ที่แสนสำคัญของชาวญี่ปุ่น ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม (Oomisoka) จะมีการกิน Toshikoshi-soba โซบะข้ามปี ที่เชื่อกันว่า กินโซบะในวันนี้แล้วอายุจะยืนยาวและที่วัดจะมีการตีระฆังเรียกว่า Joya no Kane จำนวน 108 ครั้ง เท่ากับจำนวนกิเลสของมนุษย์ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น ในเช้าวันที่ 1 มกราคม จะมีผู้คนตื่นแต่เช้ามืดไปดูพระอาทิตย์ขึ้นครั้งแรกของปี ที่เรียกว่า Hatsuhi no de และไปไหว้ขอพรให้สุขภาพดีและมีความสุขตลอดปี ที่ศาลเจ้าในช่วง 3 วันแรกของปี รวมถึงมีการกิน Osechi Ryori อาหารชุดพิเศษอันประกอบไปด้วยอาหารที่มีชื่อและความหมายมงคล เพื่อต้อนรับสิ่งดีๆ ในช่วงปีใหม่ หากไปญี่ปุ่นช่วงนี้จะได้เห็น สิ่งประดับตกแต่งรับปีใหม่ Shogatsu Kazari ประกอบด้วย Kadomatsu (ไม้ไผ่สามปล้องมัดรวมกัน) Matsu-Kazari (ใบสน) และ Shimenawa (เชือก) หลากหลายรูปแบบประดับประดาอย่างสวยงาม อยู่ตามประตูทางเข้าของบ้าน ร้านค้าต่างๆ รวมถึงได้ลิ้มรสอามะสาเกะ (เหล้าหวาน) หรือร่วมกินโมจิ หรือโอโซนิ (ซุปใส่โมจิ) ฉลองเทศกาลปีใหม่ตามศาลเจ้าใหญ่ๆในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น

5. Kobe Luminarie     
    จุดเด่น :สัญลักษณ์การฟื้นฟูเมืองโกเบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ที่เกิดขึ้นในวันที่ 17 มกราคม ปี ค.ศ.1995 ประดับประดาดวงไฟที่ทำในรูปแบบ สถาปัตยกรรมยุโรป
    ช่วงเวลา : สองสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม
    ที่ตั้ง :บริเวณ Old Foreign Settlement and Higashi-Yuenchi Park (Chuo Ward)
    การเดินทาง : จากสถานี Shin-Kobe ขึ้นรถไฟใต้ดินลงที่สถานี Sannomiya

ฤดูแห่งการเพลิดเพลินกับหิมะ
    สกีแสนสนุก
    สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นสกีหรืออยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ขอแนะนำลานสกีที่น่าสนใจในประเทศญี่ปุ่น กรุณาตรวจสอบวันที่เปิดให้ดีก่อนเดินทาง เพราะช่วงเวลาที่เปิดให้บริการของสกีรีสอร์ตแต่ละแห่งจะไม่เหมือนกันและยังแตกต่างกันในแต่ละปี
    1. Furano
    จุดเด่น :ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ของฮอกไกโด นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเล่นสกีได้กลางธรรมชาติแบบนี้
    ที่ตั้ง :Furano-shi Hokkaido
    วิธีไป :
        รถไฟ – นั่งแท็กซี่ 10 นาที จากสถานีรถไฟ JR ฟุราโนะ สายเนะมูโร่ฮงเซน
        รถบัส – มีรถบัสให้บริการจากโรงแรม Sapporo Prince Hotel และสนามบินอาซาฮิคาวะ

    2. Niseko
    จุดเด่น : หิมะคุณภาพยอดเยี่ยมระดับโลกและธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ในย่านนี้มีสนามสกีถึง 3 แห่งอยู่บริเวณเดียวกัน
    ที่ตั้ง : Niseko-Cho, Kucchan-Cho Hokkaido
    วิธีไป : นั่งรถไฟ Niseko Sky Express ที่เชื่อมต่อระหว่าง Sapporo, Kucchan และ Niseko ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

    3. Zao
    จุดเด่น : ทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟที่เรียกว่า Okama มีออนเซนและสกีรีสอร์ตขนาดใหญ่  ซาโอที่อยู่ฝั่งจังหวัดมิยากิ จะมีชื่อเรียกกันว่า มิยากิซาโอ และส่วนที่อยู่ในจังหวัดยามากะตะ ก็จะเรียกว่า ยามากะตะซาโอ ฝั่งนี้มีต้นไม้ที่โดนเกล็ดหิมะทับถมจนแข็ง หรือที่เรียกว่า จุเฮียว อยู่เป็นจำนวนมาก
    ที่ตั้ง : Zao – Onsen Yamagata – Shi
    วิธีไป : ขึ้นรถไฟ Yamagata Shinkansen จากสถานีรถไฟ JR โตเกียว 2 ชั่วโมง 27 นาที ต่อรถเมล์อีก 45 นาที ลงที่ป้าย Zao – Onsen

    4. Appi – Kougen
    จุดเด่น : ความยาวของคอร์สทั้งหมด 45.1 กิโลเมตร หิมะคุณภาพดีเยี่ยมที่ร่วนกว่าปกติไม่เกาะตัวแข็งเป็นก้อน
    ที่ตั้ง : Appi – Kougen Hachiman daira – shi Iwate – Ken
    วิธีไป : ขึ้น Tohoku Shinkansen จากสถานีรถไฟ JR Tokyo ต่อสาย Hanawa line ที่สถานีรถไฟ Morioka 50 นาที ลงที่สถานี Appi Kougen จากนั้นนั่งรถชัตเติ้ลบัสจากสถานี

    5. Gala Yuzawa
    จุดเด่น : เดินทางสะดวกใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าจากใจกลางโตเกียวโดยชินคันเซน และสามารถเช่าไม้สกีหรือซื้อสินค้าต่างๆ ได้จากร้านค้าในสถานีรถไฟ
    ที่ตั้ง : Yuzawa-cho Minami-uonuma-gun Niigata-ken
    วิธีไป : นั่งรถไฟ Joetsu Shinkansen จากสถานี JR โตเกียว 77 นาที ลงที่สถานี Gala Yuzawa

    6. Hakuba
    จุดเด่น : มีลานสกีถึง 8 แห่ง เป็นแหล่งลานสกีที่สนุกได้ทุกเพศทุกวัย แบ่งเป็นคอร์สต่างๆ ที่เหมาะสำหรับเด็กๆและครอบครัว
    ที่ตั้ง : Hakuba ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัด Nagano
    วิธีไป : นั่งรถไฟด่วนสาย JR Chuo ลงที่สถานี JR Oita ลงที่สถานี Hakuba ใช้เวลา 1 ชั่วโมง

    7. Fujiten
    จุดเด่น : ลานสกีขนาดใหญ่หิมะคุณภาพดี ตั้งอยู่เชิงภูเขาไฟฟูจิที่มีทิวทัศน์อันงดงาม
    ที่ตั้ง : Narusawa Village, Yamanashi
    วิธีไป : นั่งรถไฟสาย Fujikyuko ลงที่สถานี Kawaguchiko นั่งรถบัสต่อไป 12 กิโลเมตร

    ออนเซน
    1. Kawayu Onsen
    จุดเด่น : ในเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ คุณสามารถขุดพื้นแม่น้ำเพื่อให้น้ำร้อนผุดออกมาผสมกับน้ำของแม่น้ำให้อุ่น พอเหมาะสำหรับเป็นออนเซนส่วนตัวที่เรียกว่า Sennin-buro สัมผัสลมหนาวและออนเซนอุ่นๆไปพร้อมๆ กัน  
    ที่ตั้ง : เมือง Tanabe จังหวัด Wakayama  
    วิธีไป : ขึ้นรถไฟ JR ลงที่สถานี JR Shingu ต่อรถสาย Kumano Kotsu หรือ Nata Kotsu ลงที่ป้าย Hongu

    2. Kusatsu Onsen
    จุดเด่น : สัมผัสการแช่ออนเซนท่ามกลางหิมะ ในบริเวณ “ยูบาทาเกะ” (ทุ่งน้ำร้อน) บริเวณศูนย์กลางของเมือง เชื่อกันว่าน้ำพุร้อนนี้ช่วยรักษาโรคทุกชนิด นอกจากนี้ยังสามารถไปสนุกกับหิมะที่ลานสกีในพื้นที่เดียวกันได้อีก
    ที่ตั้ง : Kusatsu Onsen จังหวัด Gunma   
    วิธีไป : จากสถานี Ueno นั่งรถไฟด่วนลงที่สถานี Naganohara-Kusatsu-guchi จากสถานี Kusatsu Onsen นั่งรถบัส 30 นาที

    3. Jigokudani Monkey Park
    จุดเด่น : ชมสีหน้าอันผ่อนคลายของลิงหิมะ ขณะแช่น้ำพุร้อนคลายหนาวได้ที่ Jigokudani
    ที่ตั้ง : เมือง Yamanouchi จังหวัด Nagano  
    วิธีไป : ขึ้นรถไฟสาย JR Nagano ลงที่สถานี Yudanaka ขึ้นรถบัส 7 นาที เดิน 30 นาที

กิจกรรมฤดูหนาว
    1. Sapporo Snow Festival
    จุดเด่น : หนึ่งในมหกรรมฤดูหนาวที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ตื่นตาตื่นใจกับรูปปั้นและประติมากรรมน้ำแข็งที่เรียงรายให้ชมตลอดสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ ร่วมเนรมิตเมือง Sapporo ให้กลายเป็นเมืองในฝันแห่งหิมะขาวโพลนและน้ำแข็งดุจคริสตัล
    ที่ตั้ง : สวน Odori Park ลานที่ Community Dome Tsudome และถนนสายหลักใน Susukino   
    วิธีไป : รอบบริเวณสถานี JR Sapporo

    2. Tokamachi Yuki Matsuri  
    จุดเด่น : เทศกาลหิมะที่จัดขึ้นครั้งแรกในปี 1950 สามารถสนุกสนานไปกับรูปปั้นหิมะสวยงามน่ารักมากมาย พร้อมกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ ในช่วง 3 วัน ของวันเสาร์ที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี
    ที่ตั้ง : สถานที่ต่างๆ รอบเมือง Takamachi จังหวัด Niigata     
    วิธีไป : นั่งรถไฟสาย Joetsu Shinkansen ต่อที่สถานี Echigo Yuzawa นั่งรถไฟสาย Hokuhoku ลงที่สถานี Tokamachi ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที

    3. Kamakura  
    จุดเด่น : เทศกาลที่มีอายุเก่าแก่ถึง 400 ปี เป็นเทศกาลเพื่อขอบคุณเทพเจ้าแห่งน้ำและขอให้มีน้ำใสสะอาดและอุดมสมบูรณ์ เมื่อเดินผ่านกระท่อมน้ำแข็งกว่า 100 กระท่อม เด็กๆจะเชิญคุณเข้ากระท่อมมากินขนมโมจิย่าง พร้อมชมความงามจากการจุดเทียนในโคมไฟเล็กๆ ที่ทำจากหิมะ สะท้อนแสงแวววาวของหิมะอันงดงาม
    ที่ตั้ง : เมือง Yokote (ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้) ของจังหวัด Akita
    วิธีไป : จากสถานี JR Akita นั่งรถไฟ JR สาย Ou ลงที่สถานีรถไฟ JR Yokate ต่อรถ Shuttle Bus

    4. Oto Matsuri
    จุดเด่น : ท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บของเย็นวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลแห่งไฟ ผู้ชายกว่า 2,000 คน พากันวิ่งถือคบไฟขึ้นบันได 538 ขั้น ของศาลเจ้า Kamikura เพื่อบูชาเทพเจ้า Kumano  
    ที่ตั้ง : ศาลเจ้า Kamikura เมือง Shingu จังหวัด Wakayama   
    วิธีไป : ขึ้นรถไฟด่วนจากสถานี JR Wakayama 2 ชั่วโมง 45 นาที ลงที่สถานี JR Shingu

    5. Shirakawago
    จุดเด่น : หมู่บ้านมรดกโลกทางวัฒนธรรม บ้านชาวนาโบราณที่มีอายุมากกว่า 250 ปี จุดเด่นอยู่ที่สถาปัตยกรรมตัวบ้านที่มีลักษณะเป็นหลังคาสูงมุงด้วยฟางมัดรวมกันเป็นฟ่อน วิธีการมุงหลังคาแบบนี้เรียกว่า Gasshou Tsukuri ในฤดูหนาวหมู่บ้านจะเต็มไปด้วยหิมะดูสวยงามมาก
    ที่ตั้ง : Gifu / Toyama   
    วิธีไป : จากสถานี Nagoya นั่งรถไฟสาย JR Takayama Line (Limited Express) 2 ชั่วโมง 10 นาที ถึงสถานี Takayama นั่งรถบัสหน้าสถานีประมาณ 50 นาที ถึงหน้าหมู่บ้าน Shirakawago