WISMATRAVEL - ตั๋วถูกจัง
ตั๋วถูกจัง

สถานีรถไฟ JR

คราวนี้เรามาดูกันซิว่าภายในสถานีรถไฟเจอาร์นั้นมีอะไรบ้าง ไว้คอยอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร
 

สถานีรถไฟ JR

คราวนี้เรามาดูกันซิว่าภายในสถานีรถไฟเจอาร์นั้นมีอะไรบ้าง ไว้คอยอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร
 
1. ห้องจำหน่ายตั๋ว (Ticket Office)
มีอยู่ทุกสถานีในสถานีใหญ่ๆ ก็มีอยู่หลายแห่งให้บริการตั้งแต่รถไฟขบวนแรกเริ่มวิ่งไปจนกระทั่งถึงรถไฟขบวนสุดท้าย ในแต่ละวันวิ่งออกจากสถานีผู้ถือบัตร JR Pass ก็ไปขอสำรองที่นั่งได้อย่างสะดวก
 
2. เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ (Ticketing Machine)
สำหรับจำหน่ายตั๋วรถไฟเจอาร์ขบวนต่างๆก็จะได้บัตรโดยสารมา เวลาจะผ่านเข้าออกชานชาลาก็ให้สอดตั๋วผ่านเครื่องกั้น เพื่อเข้าไปยังชานชาลาต่างๆ แต่ผู้ถือบัตร JR Pass หากต้องการสำรองที่นั่ง จะทำได้โดยผ่านทางเจ้าหน้าที่ในห้องจำหน่ายตั๋วเท่านั้น แต่เมื่อได้ตั๋วมาแล้วก็ยังคงให้โชว์บัตร JR Pass กับเจ้าหน้าที่ขณะผ่านเข้า-ออกจากชานชาลาตามปกติ
 
3. ห้องพักผู้โดยสาร (Waiting Room)
หากจำเป็นต้องรอขบวนรถไฟเป็นเวลานานสามารถไปนั่งรอในห้องพักผู้โดยสารได้ โดยไม่เกี่ยงว่าผู้โดยสารจะถือตั๋วโดยสารประเภทใด ทุกคนมีสิทธิ์เข้าไปใช้อย่างเท่าเทียมกัน โดยห้องพักผู้โดยสารที่ว่านี้อาจจะตั้งอยู่ในห้องโถงกลางติดชานชาลาหรือที่ไหนก็ได้ภายในสถานี บางครั้งถ้าอากาศหนาวการเข้าไปรอรถไฟใน Waiting Room ก็จะทำให้ร่างกายอบอุ่นกว่านั่งตากลมอยู่ริมชานชาลา และที่แน่ๆเก้าอี้ก็ดูจะนุ่มนั่งสบายกว่า
 
4. ตู้รับฝากกระเป๋า (Locker)
มีในสถานีรถไฟทุกแห่งเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มีสัมภาระ แต่ไม่อยากนำติดตัวไปขณะแวะเที่ยวในเมืองต่างๆ โดยมีอยู่ 3 ขนาด คือ
      - Small Size สำหรับใส่กระเป๋าขนาดเล็ก หรือเป้สะพายหลัง ค่าบริการ 300 เยน/24 ชั่วโมง
      - Medium Size ใส่กระเป๋าเดินทางขนาดกลาง ค่าบริการ 400-500 เยน/24 ชั่วโมง
      - Large Size ใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ สามารถใส่กระเป๋าใบโตๆได้อย่างสบาย ค่าบริการ 600-700 เยน/24 ชั่วโมง
ล็อกเกอร์เหล่านี้มีทั้งแบบหยอดเหรียญ โดยหยอดเหรียญให้ครบตามราคาที่กำหนดไว้ จึงจะหมุนกุญแจล็อกตู้ไว้ได้ แล้วดึงกุญแจติดตัวไป เวลาจะมารับกระเป๋าคืน ก็เพียงไขกุญแจเท่านั้นประตูตู้ก็จะเปิดออกได้ หากเกิน 24 ชั่วโมง ก็จะหยอดเงินเพิ่มเข้าไปเหมือนกับฝากเพิ่มอีก 1 วันก็จะไขกุญแจเปิดเอากระเป๋าได้
 
ปัจจุบันตู้ล็อกเกอร์ในหลายๆสถานีเปลี่ยนมาใช้เป็นกุญแจแบบอัตโนมัติกันแล้ว โดยชำระค่าฝากได้ทั้งการหยอดเหรียญ จ่ายเป็นธนบัตร (ทอนเงินได้) หรือบัตร Prepaid เช่นบัตร Suica เมื่อฝากกระเป๋าเสร็จก็จะได้รหัสกุญแจมา เมื่อจะเปิดกระเป๋าก็เพียงแต่กดรหัสกุญแจให้ถูกประตูตู้ล็อกเกอร์ก็จะเปิดออกได้ โดยไม่ต้องกังวลว่ากุญแจจะหาย (แต่กระดาษรหัสกุญแจก็หายไม่ได้เหมือนกัน)
 
5. ร้านอาหาร
ในสถานีบางแห่งโดยเฉพาะสถานีใหญ่ๆ รับรองว่ามีร้านอาหารทั้งอาหารพื้นเมืองญี่ปุ่น ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดตะวันตก หากไม่อยากออกไปรับประทานข้างนอกก็มีให้เลือกอยู่มากมายหลายร้าน ราคาก็ไม่ถือว่าแพง รวมทั้งความสะดวก ความรวดเร็วและความสะอาดก็ถือว่ายอดเยี่ยม ซึ่งมีทั้งร้านอุด้ง โซบะ ราเม็ง ซูชิ เทมปุระ ฯลฯ รับรองว่าถ้าโดยสารไปกับรถไฟเจอาร์รับรองว่าไม่มีอด
 
6. ร้านค้า / ร้านสะดวกซื้อ / Kiosk
มีในสถานีเกือบทุกแห่งในสถานีใหญ่ๆ เรียกว่า ยกกันมาทั้งห้างเลยทีเดียว สินค้าที่มีขายกันก็นับตั้งแต่เสื้อผ้าเครื่องแต่งตัว เครื่องใช้ไม้สอย ขนมนมเนย ของที่ระลึกของฝากขึ้นชื่อของเมือง ไปจนถึงข้าวกล่องหรือเบ็นโตะ (Bento) ให้ซื้อหิ้วขึ้นไปรับประทานบนรถไฟ
ส่วนร้านสะดวกซื้อหรือซุ้มขายสินค้าแบบ Kiosk นั้นก็นับว่าสะดวกมีอยู่ทุกสถานี สถานีละหลายๆแห่ง ร้านที่เห็นอยู่บ่อยๆเช่น 7-Eleven, Family Mart, Watson, Newdays เป็นต้น
 
7. ห้องน้ำ
แยกชาย-หญิงแสดงสัญลักษณ์อย่างชัดเจน มีอยู่ทุกสถานีไม่เก็บค่าบริการ ความสะอาดนับว่าเป็นเลิศแต่สถานีเล็กๆอาจด้อยลงมาหน่อย
 
8. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (Tourist Information Center)
ในสถานีรถไฟหลักประจำเมืองมักจะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่ เมื่อเดินทางไปถึงและต้องการข้อมูล เอกสารหรือสอบถามเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนั้นๆ ก็สามารถกระทำได้เลย อย่างน้อยๆก็ควรเข้าไปขอแผนที่ติดตัวไปด้วยซักแผ่นก็ยังดี เจ้าหน้าที่ในศูนย์เหล่านี้อย่างน้อยจะมีอยู่คนหนึ่งที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี
 
9. JR Information Center
ให้บริการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเดินรถ ตารางเดินรถหรือปัญหาในการเดินทางอื่นๆ
นอกเหนือจากนี้ยังมีโทรศัพท์สาธารณะทั้งโทรภายในประเทศและเครื่องที่โทรออกไปต่างประเทศได้ ตู้ขายของอัตโนมัติทั้งตู้ขายเครื่องดื่มที่มีให้เลือกหลากหลายชนิด