WISMATRAVEL - ตั๋วถูกจัง
ตั๋วถูกจัง

จุดชมซากุระที่น่าสนใจ ในภูมิภาคคันไซ

คันไซ เป็นภูมิภาคหนึ่งของญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เป็นอีกภูมิภาคหนึ่งที่มีจุดชมซากุระที่สวยงาม
 

จุดชมซากุระที่น่าสนใจ ในภูมิภาคคันไซ

ซากุระและเรือทัศนาจรแม่น้ำอุจิ


เครดิตภาพจาก © องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น l Japan National Tourism Organization

       ​ริมฝั่งแม่น้ำอุจิขนาบข้างด้วยมรดกโลกสองแห่ง ได้แก่ วัดเบียวโดและศาลเจ้าอุจิกะมิ ถือเป็นจุดดื่มด่ำธรรมชาติอันงดงาม ฤดูใบไม้ผลิมีซากุระ ฤดูใบไม้ร่วงมีใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากนี้อุจิยังเป็นแหล่งผลิตใบชาคุณภาพดี อย่างเช่น “ชาอุจิ” (อุจิฉะ) และ “ชาเขียวอุจิ” (อุจิมัทฉะ) ที่คนทั่วประเทศรวมทั้งชาวต่างชาตินิยมกัน

       วัดเบียวโด(Byodoin Temple) สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1052 ตามประสงค์ของฟุจิวะระ โยะริมิจิ เพื่อใช้เป็นเรือนพักตากอากาศของมิจินะกะ ผู้เป็นบิดา ปัจจุบันวิหารโฮโด หรือ วิหารฟินิกส์ นี้เพิ่งทำการบูรณะ เสร็จสิ้นเมื่อ ค.ศ. 2014 ได้กลับมาเปล่งประกายสีสันเจิดจรัส เหมือนดั่งเช่นสมัยแรกเริ่มก่อสร้าง และหากจะบอกว่า ไม่มีใครไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้ ซึ่งอยู่บนเหรียญ 10 เยน ของญี่ปุ่นก็คงไม่ผิดนัก


เครดิตภาพจาก © Wisma Travel Co., Ltd.

ที่อยู่ : 116 Uji Renge, Uji-shi, Kyoto
เวลาทำการ : 08.30 – 17.30 น. (เปิดให้เข้าจนถึง 17.15 น.)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 600 เยน

       ศาลเจ้าอุจิกะมิ(Ujikami Shrine) วิหารหลักเป็นของดั้งเดิม ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1060 อีกทั้งยังถือเป็นสถาปัตยกรรมภายในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

ที่อยู่ : 59 Uji Yamada, Uji-shi, Kyoto
เวลาทำการ : 09.00 – 16.30 น. (อาจเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับฤดูกาล)
ค่าเข้าชม : ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย 

       การเดินทางด้วยรถไฟ หรือ รถบัสประจำทาง จากสนามบินนานาชาติคันไซ ไปยัง วัดเบียวโด โดย

  • รถไฟด่วนพิเศษสนามบินนานาชาติคันไซ (JR Haruka Limited Express เป็นรถไฟด่วนขบวนพิเศษ มีที่นั่งกว้าง มีที่เก็บกระเป๋า โดยจะจอดแค่ 2 สถานีสำหรับโอซาก้าเท่านั้น คือ สถานี Tenoji และ Shin-Osaka และสถานีถัดไปคือ สถานีเกียวโต เลย
  • สาย JR Nara ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

แหลมไคซุโอซากิ(Kaizu Osaki Peninsula)

       เป็นส่วนหนึ่งของทะเลสาบบิวะ (Lake Biwa) ที่แห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องซากุระ ที่บานช้ากว่าใครในภูมิภาคคันไซ (Kansai) โดยจะเห็นอุโมงค์ดอกซากุระ 800 ต้นตามแนวริมฝั่ง ทั้งนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น ล่องเรือชมวิวพายเรือแคนู เดินหรือขี่จักรยาน เป็นต้น ยังมีจุดชมซากุระรอบทะเลสาบบิวะ ได้แก่ ปราสาทฮิโคะเนะ มีต้นซากุระ 1,200 ต้น วัดมิอิเดระ (Mii-dera) ซากุระ 1,000 ต้น เทียวชุมชนริมน้ำ Hachiman-bori โดยการล่องเรือชมดอกซากุระ 6 กิโลเมตร เป็นต้น


เครดิตภาพจาก © Biwako Visitors Bureau

ที่อยู่ : Kaizu, Makino-cho, Takashima-shi, Shiga
ช่วงเวลา : ต้นเดือนเมษายน ถึง ปลายเดือนเมษายน
ค่าเข้าชม : ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
การเดินทาง : จาก Makino Station โดยรถบัส 4 นาที แล้วเดินต่ออีก 5 นาที

ภูเขาโยชิโนะ(Mt. Yoshino)

       หุบเขาสีชมพูที่ภูเขาโยชิโนะ (Mt. Yoshino) มีซากุระเก่าแก่อยู่ 200 สายพันธุ์ กว่า 30,000 ต้น ส่วนใหญ่ คือ ซากุระป่าพันธุ์ยามะ ซากุระภูเขานี้ สามารถชมได้ถึงสี่พื้นที่จากเชิงเขาด้านล่างไล่ขึ้นไป คือ Shimo senbon (พื้นที่เชิงเขา), Naka senbon (พื้นที่กลางเขา), Kami senbon (พื้นที่บนเขา), Oku senbon (พื้นที่ลึกเข้าไปด้านในเขา) โดยเฉพาะ Naka senbon เป็นที่ตั้งร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก และมีงานเทศกาลชมซากุระอีกด้วย เท่านั้นไม่พอยังมีจุดชมวิวซากุระที่ขึ้นชื่อว่า สมบูรณ์แบบ ชมกันได้ที่ “วัดคินปุเซนจิ” (Kinpusenji) และที่ศาลเจ้าโยชิมิสุ (Yoshimizu Shrine)


เครดิตภาพจาก © Nara Prefecture l Visit Nara Japan

ที่อยู่ : Yoshinoyama, Yoshino-cho, Yoshino-gun, Nara
เวลาทำการ : ปลายเดือนมีนาคม ถึง ปลายเดือนเมษายน
ค่าเข้าชม : ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
การเดินทาง : จาก Yoshino Station โดยสารกระเช้า 3 นาที บนภูเขาโยชิโนะ มีรถบัสวิ่งไปตามจุดต่างๆ

ชมวิวดอกซากุระเลียบแม่น้ำนานะทานิงาวะ

       ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ บริเวณถนนชมวิวเลียบแม่น้ำนานะทานิงาวะจะมีต้นซากุระออกดอกบานสะพรั่งมากถึง 1,500 ต้น สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ชมดอกซากุระอันเลื่องชื่อ ซึ่งผู้คนในท้องถิ่นต่างชื่นชอบ และคุ้นเคยเป็นอย่างดี


เครดิตภาพจาก © Kyoto Turism Federation

การเดินทาง เดินทางไปยังคาเมะโอกะ โดยเดินทางจากสถานีเกียวโต (JR) ด้วยรถเร็ว (Rapid) ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ลงสถานีคาเมะโอกะ (JR)