WISMATRAVEL - ตั๋วถูกจัง
ตั๋วถูกจัง

The Best 5 Road Trips in Hokkaido

The Best 5 Road Trips in Hokkaido
 

 

Drive Route #1

Colorful Lavender Fields & Patchwork Roads in Furano & Biei 

เส้นทางขับรถเที่ยวมาตรฐานของฮอกไกโดในหน้าร้อน วันแรกเราจะไปกันที่ฟุราโนะ เพื่อเพลิดเพลินกับทุ่งลาเวนเดอร์ให้เต็มอิ่ม และพักค้างคืนที่บ้านกระท่อมบรรยากาศดีท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ของฮอกไกโด สำหรับวันที่สองในครึ่งเช้าเราจะไปสัมผัสทิวทัศน์อันสวยงามจนแทบลืมหายใจของบิเอ และเดินทางต่อไปยังอาซาฮิคาวะ เพื่อรับประทานอาหารเที่ยงเป็นราเม็งแสนอร่อย จากนั้นระหว่างทางกลับก็แวะเที่ยวออนเซ็นแบบไม่ต้องเข้าพัก เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางเป็นอันดับสุดท้าย

1. ฟาร์มโทมิตะ จุดชมลาเวนเดอร์ยอดนิยม จุดนี้เป็นสถานที่ยอดนิยมซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมกว่าล้านคนในทุกๆปี ที่นี่ปลูกลาเวนเดอร์ในพื้นที่กว่า 15 เฮกตาร์ถือเป็นสุดยอดของญี่ปุ่น

2. Saika no Sato ทุ่งลาเวนเดอร์ที่เบ่งบานทั่วทั้งเนินเขา เนื่องจากไม่ได้มีการแบ่งพื้นที่ภายในทุ่ง ทำให้สามารถชื่นชมความงามของทุ่งสีม่วงที่แผ่กระจายเต็มพื้นที่เนินเขาอันกว้างใหญ่

3. Farm Restaurant Azemichi Yorimichi อาหารกลางวันที่ Farm Restaurant ในฟุราโนะ แกงกะหรี่ผัก 970 เยน ร้านอาหารที่ดำเนินการโดยเหล่าเกษตรกรในท้องถิ่น เมนูแกงกะหรี่ที่ประกอบไปด้วยผักสดๆ ไม่ว่าจะเป็นมะเขือม่วงหั่นชิ้นใหญ่ๆ พริกหยวก มันฝรั่งทอด ฟักทอง รวมถึงแครอทจนเต็มจาน

4. Ningle Terrace ช้อปปิ้งแบบโรแมนติกกลางป่า ที่นี่เต็มไปด้วยศิลปะงานฝีมือที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ซึ่งหาซื้อได้แต่ที่นี่ที่เดียว

5. ฟลาวเวอร์แลนด์ คามิฟุราโนะ ชมทุ่งดอกไม้ด้วยรถบัสท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมตามเส้นทางดอกไม้ได้ด้วย “แทรกเตอร์บัสท่องเที่ยว” นอกจากนี้ยังสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ “การกิน” ไม่ว่าจะเป็นการลิ้มรสเมล่อนฟุราโนะ หรือแทะข้าวโพดที่เก็บใหม่ๆ ในตอนเช้าได้อีกด้วย

6. Shikisai no Oka ทิวทัศน์ทุ่งดอกไม้ที่ห้อมล้อมไปด้วยกลิ่นดอกไม้ ทุ่งดอกไม้ที่มีพื้นที่กว้างขวางถึง 15 เฮกตาร์ใน “เขต Oka no machi ในเมือง บิเอ” เป็นสรวงสวรรค์ของหมู่มวลดอกไม้หลายสิบพันธุ์

7. Western-style food and café Junpeiดินเนอร์ที่ร้านอาหารคาเฟ่ในบิเอ “ข้าวหน้ากุ้ง (ใหญ่) (กุ้ง 3 ตัว)” 1,100 เยน เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งของร้าน กุ้งทอดที่นี่จะเก็บกักรสชาติความอร่อยของวัตถุดิบ ด้วยการคลุกเคล้ากับแป้งขนมปังสดที่ทำใหม่ทุกวัน ผสมกับน้ำมันสูตรเฉพาะตัว

8. ค้างคืนในกระท่อม ที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติอันกว้างใหญ่ (กระท่อมคอทเทจ ที่ฟุราโนะหรือบิเอ) มีกระท่อมคอทเทจที่หรูหราตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอยู่มากมาย

9. เส้นทางที่ตัดผ่านพื้นที่เนินเขาของบิเอ ความสวยงามราวกับหลุดออกมาจากภาพโปสการ์ดสองฝั่งของถนนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา หมู่มวลดอกไม้และผลิตผลต่างๆ เรียงรายกันเป็นลวดลายเสมือนงานผ้าปะติด (Patchwork)

10. บ่อน้ำสีฟ้า สีฟ้าโคบอลที่นุ่มนวลแลดูลึกลับ น้ำที่มีอลูมิเนียมปนอยู่ผสมกับน้ำจากแม่น้ำบิเอ เมื่อถูกแสงจากดวงอาทิตย์ส่องลงมากระทบ หากมองจากระยะไกล แล้วจะเห็นเป็นสีฟ้า

11. Baikohken ทานอาหารกลางวันเป็นราเม็งที่ฮาซาฮิคาวะ โชยุราเม็งใส่เนย 830 เยน ร้านอาหารขึ้นชื่อที่ถือกำเนิดจากฮาซาฮิคาวะ ก่อนจะโด่งดังไปทั่วโลก โดยจะมีราเม็งฮาซาฮิคาวะดั้งเดิมซึ่งใช้เส้นหยักเข้ากันกับน้ำซุปได้ดี และขอแนะนำให้เพิ่มท๊อปปิ้งเป็นเนยเพื่อความอร่อย

12. Takikawa fureai no santo ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางที่ “Bijin no yu” สถานที่แช่ออนเซ็นแบบไม่ค้างคืนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในพื้นที่ ด้วยราคา 620 เยนต่อคน สำหรับผู้ใหญ่

13. Sunagawa Sweet Road ชิมของหวานระหว่างเส้นทางกลับ ตามแนวทางหลวงหมายเลข 12 เป็นจุดที่มีร้านของหวานกระจุกตัวกันอยู่กว่า 15 ร้าน ที่อยากจะแนะนำก็คือ แอปเปิ้ลพาย ของร้าน “Nakaya (No.5)” และ “Honda (No.8)”

14. ทางหลวงหมายเลข 12 ถนนเส้นตรงที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น ถนนเส้นตรงที่เชื่อมต่อระหว่างทาคิกาวะกับบิไบ มีความยาวถึง 29.2 กิโลเมตร การจะทำถนนให้มีความยาวระดับนี้ได้ สำหรับญี่ปุ่นแล้วมีเพียงที่ฮอกไกโดเท่านั้น

Drive Route #2

Cherry Picking & City walk in “Otaru” Area

เส้นทางขับรถเที่ยวแบบวันเดียวกลับ ที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับอาหารตามฤดูกาล เช่น อาหารทะเลและการเก็บผลไม้จากสวน ตามหาจุดชมวิวที่สุดยอดอย่างทะเลสีฟ้า “บลูชาโคตัน” และเที่ยวตะลอนในเมืองที่น่าประทับใจอย่างโอตารุ รับรองได้ว่านี่จะเป็นวันที่ดีที่สุดวันหนึ่งเลยทีเดียว

1. Kakisaki Shouten รับประทาน Brunch อาหารทะเลที่เมืองโยอิจิ ร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลที่สดใหม่หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ไข่หอยเม่น, กุ้ง หรือ หอยโอตาเตะ คุณจะได้ทาน “ข้าวหน้าไข่หอยเม่น” ที่นุ่มเหมือนจะละลายในปาก หรือ “ข้าวหน้ากุ้ง” ที่ให้กุ้งมากจนแทบล้นออกมาจากจานด้วยราคาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อ

2. แหลมคามุย ดื่มด่ำไปกับบลูชาโคตัน ขับรถชมวิวอันสวยงาม ตามแนวชายฝั่งของเมืองชาโคตัน ที่ยาวประมาณ 42 กิโลเมตร ที่เต็มไปด้วยหน้าผาตัดที่สูงชัน และหินรูปร่างประหลาดและที่ถือว่าเป็นทิวทัศน์ที่สุดยอดที่สุดก็คือ “แหลมคามุย” ที่ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “บลูชาโคตัน” ซึ่งสามารถเดินไปได้จนถึงปลายสุดของแหลมคามุย ที่พุ่งออกไปกลางทะเล จนมองเห็นทะเลญี่ปุ่นอันยิ่งใหญ่อยู่ล้อมรอบทั้งสองด้าน

3. เก็บลูกเชอรี่ สวน Sakuranbo Yama Kankou Nouen ภายในสวนเชอรี่ที่กว้างขวางถึง 20 เฮกตาร์ มีต้นเชอรี่มากกว่า 4,000 ต้น ภายในมีกระท่อมกันฝนอยู่ด้วย ดังนั้นแม้ว่าอากาศจะไม่ดีก็ไม่มีปัญหา การเก็บลูกเชอรี่ในสวนนี้นั้นไม่เพียงตาจะสามารถเก็บกินได้ไม่อั้นเท่านั้น แต่ยังสามารถเก็บกลับบ้านได้อีก 100 กรัม ด้วย ค่าใช้จ่าย : 1,100 เยน/คน (กลางมิถุนายน – ต้นสิงหาคม)

4. น้ำพุร้อนธรรมชาติที่ โอตารุ Yunohana Temiya Den  ผ่อนคลายที่ออนเซ็นแบบไม่ค้างคืน สถานที่แช่บ่อน้ำร้อนแบบไม่ค้างคืนที่มีบ่อถึง 10 แบบ ตั้งแต่บ่อแช่น้ำร้อนขนาดใหญ่ ไปจนถึง บ่อน้ำร้อนกลางแจ้ง โดยมีทั้งบ่อ “สไตล์ตะวันตก” และ “สไตล์ญี่ปุ่น” นากจากนี้ในแต่ละบ่อยังสลับให้ใช้ระหว่างผู้ชายและผู้หญิง แยกตามวันอีกด้วย สำหรับคุณผู้หญิงเราขอแนะนำเป็นสปาร์เตียงหินร้อน ที่ชื่อว่า “Chobihadayoku (สปาร์ผิวสวยสุดยอด)”

5.ถนนซาไกมาจิ เดินเล่นในเมือง ชมร้านขายของและเข้าร้านกาแฟ ถนนที่ตั้งต้นจากสี่แยก Marchen ซึ่งอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ลากยาวไปยัง Northern Wall Street เป็นระยะทางราว 900 เมตร เป็นเขตร้านค้าที่ครึกครื้น เรียงรายไปด้วยร้านค้าซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัวโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นร้านอาคารทรงตะวันตก ร้านค้าเก่า บ้านทรงโบราณแบบญี่ปุ่นที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นร้านกระจกหรือร้านขายขนมหวาน

6. โกดังโอตารุ No.1 ดินเนอร์ที่จุดท่องเที่ยวยอดนิยม เป็นร้านที่ได้บรรยากาศของผับเบียร์เยอรมันแท้ๆ จากการเสิร์ฟเบียร์เยอรมันและกับแกล้มจากวัตถุดิบในท้องถิ่น นอกจากนี้ยังสามารถเยี่ยมชมโรงบ่มได้ฟรีๆ นอกจากจะเป็นร้านอาหารชั้นยอดแล้ว ยังเหมาะที่จะมาแวะนั่งพักอีกด้วย

Drive Route #3

Fresh seafood & Great night view in Hokkaido’s Kitchen “Hakodate”

            ขับรถเที่ยวอย่างเต็มอิ่ม 1 คืน 2 วัน ในแถบโดนัน วันแรกมุ่งหน้าสู่ฮาโกดาเตะ เมืองแสนโรแมนติกที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมตะวันตกเบ่งบานไปทั่ว ตามทางเต็มไปด้วยภูเขาทอดยาวต่อเนื่องกันไป วิวทะเลสาบอันงดงามของ “โทยะโกะ (Toyako)” และจุดแวะพักทานอาหารแสนอร่อยของชาวฮอกไกโด ตอนหัวค่ำทานอาหารทะเลเลิศรส พร้อมกับชมความงามยามค่ำคืนที่ฮาโกดาเตะ ในวันที่ 2 หลังจากเพลิดเพลินกับตลาดเช้าฮาโกดาเตะ และจับจ่ายซื้อของในย่านช้อปปิ้งยอดนิยมกันจุใจแล้ว ก็ไปลองพายเรือแคนูกันที่โอนุมะ ตอนเย็นแวะพักกันสักนิดที่ “โนโบริเบ็ทสึ” เพื่อแช่ออนเซ็นที่ใช้น้ำแร่ที่ดึงมาจากแหล่งกำเนิด 100%

1. จุดพักรถ (Michi no eki) “โบโยนาคายามะ (Bouyounakayama)” รับประทาน Brunch ที่จุดพักรถ มันทอด 3 ชิ้น 350 เยน โบโยนาคายามะที่อยู่บนจุดสูงสุดของสันเขานาคายามะ เป็นจุดแวะพักยอดนิยม สิ่งที่อยากแนะนำให้ลองชิมของที่นี่คือ “มันทอด (Ageimo)” ที่ใช้มันซึ่งเป็นผลผลิตจากท้องถิ่น

2. ทะเลสาบโทยะจุดชมวิวไซโร ภาพพาโนราม่าของทะเลสาบสีฟ้าส่องประกายกับเกาะน้อยใหญ่ ชายฝั่งตะวันตกของทะเลสาบโทยะ สุดขอบแผ่นดินที่ล้อมทะเลสาบ มีจุดเด่นคือภาพทิวทัศน์แบบพาโนราม่าอันงดงามกว้างไกลสุดลูกตา คุณจะมองเห็นทั้งทะเลสาบโทยะ, นาคาจิมะ (เกาะกลางทะเลสาบโทยะ), ภูเขาอุสุ และภูเขาโชวะชินซัง ฯลฯ

3. คานายะสาขาใหญ่ ของขึ้นชื่อที่โอชะมังเบะ “คานิเมชิ (ข้าวหน้าปู)” ข้าวกล่องคานิเมชิ 1,000 เยน ข้าวกล่องสถานีที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องกันมายาวนาน จากการผัดด้วยความเอาใจใส่จนน้ำที่อยู่ในเนื้อปูระเหยไปจนหมด ดังนั้นจึงทำให้ดึงกลิ่นอันหอมหวนของเนื้อปูออกมา รสสัมผัสของเนื้อปูฟูนุ่มกับหน่อไม้กรุบกรอบเข้ากันได้ดีอย่างหาที่ติไม่ได้

4. สวนชิคาเบะคังเก็ตสึ น้ำพุร้อนที่พุ่งขึ้นสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า น้ำพุร้อนธรรมชาติที่หาได้ยากแม้แต่ในญี่ปุ่น น้ำแร่ 100 °C ที่พุ่งออกมา มีความสูงถึง 150 เมตร

5. ภูเขาฮาโกดาเตะทิวทัศน์งดงามยามค่ำคืนของภูเขาฮาโกดาเตะ ความงามยามค่ำคืนที่มีชีวิตชีวาจากจุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 334 เมตร คุณจะต้องประทับใจกับภาพพาโนราม่ากว้างไกลสุดสายตา

6. อุโอมาสะ สาขาใหญ่โกะเรียวคาคุ ลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่ ซาชิมิปลาหมึกสด ราคาตั้งแต่ 1,800 เยนขึ้นไป ท่านจะได้ลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่ที่สั่งตรงมาจากตลาด เช่น ปลาหมึก ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของฮาโกดาเตะ ถ้าต้องการสั่งซาชิมิปลาหมึกสดๆเป็นๆ ควรจองล่วงหน้า

7. ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ ไคเซ็นด้ง สีสันสดใส หาทานไคเซ็นด้ง (ข้าวหน้าปลาดิบรวม) ที่คุณจะพึงพอใจทั้งปริมาณและรสชาติได้ในตลาดเช้าฮาโกดาเตะ ที่มีร้านขายของทะเลอยู่รวมกันกว่า 280 ร้าน

8. โกดังอิฐแดงคาเนโมริ ช้อปปิ้งในย่านโกดังเก่า ย่านสิ่งปลูกสร้างแบบเรโทร หันหน้าเรียงรายออกสู่ท่าเรือ ภายในโกดังเก่าที่ก่อด้วยอิฐแดง เต็มไปด้วยร้านของฝาก, เครื่องประดับ และของจุกจิกน่ารักมากมาย

9. อุทยานแห่งชาติโอนุมะ เต็มอิ่มกับธรรมชาติริมทะเลสาบ ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น “โคมางาทาเกะ” กับทะเลสาบ 3 แห่ง และเกาะน้อยใหญ่ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟนั้น เต็มไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์กับภาพทิวทัศน์ที่งดงามตระการตา ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในฤดูร้อนคุณสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันสวยงาม ด้วยการพายเรือแคนูและการปั่นจักรยาน

10. อิกะเมชิ อาเบะโชเต็น อาหารท้องถิ่น อิกะเมชิ (ปลาหมึกยัดไส้ข้าว) อิกะเมชิ 650 เยน อาหารขึ้นชื่อของโมริมาจิ ที่หุงข้าวซึ่งยัดไส้ไว้ในตัวปลาหมึกสดกับซอสรสหวานๆเค็มๆ

11. โนโบริเบ็ตสึจิโกคุทานิ  สัมผัสกับพลังอันยิ่งใหญ่ของผืนดิน ซากปล่องภูเขาไฟที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ มีบ่อไอเดือดและจุดที่มีน้ำร้อนไหลออกมามากมาย ภาพฟองที่ผุดขึ้นมานั้นเป็นที่มาของชื่อเรียก “นรกที่อยู่อาศัยของยักษ์” มีน้ำออนเซ็นหลากหลายประเภทไหลออกมาจากที่นี่ถึงวันละ 1 หมื่นตัน

12. ไดอิจิทากิโมโตะคังที่พักที่มีออนเซ็นระดับท็อปคลาสของญี่ปุ่น  ทั้งความกว้างและจำนวนคุณภาพของน้ำ เข้าออนเซ็นแบบไม่พักค้างคืน ผู้ใหญ่ 2,000 เยน เด็ก 1,000 เยน ที่พักเก่าแก่ที่มีบ่ออาบน้ำ จำนวนรวมทั้งผู้หญิงและผู้ชายถึง 35 บ่อ บนพื้นที่เกือบ 5,000 ตารางเมตร มีออนเซ็นที่ผุดขึ้นมาจากต้นน้ำถึง 7 ชนิด คุณสามารถเพลิดเพลินกับออนเซ็นที่หลากหลาย และทิวทัศน์ของจิโงคุทานิที่มองเห็นจากทางหน้าต่างก็น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

Drive Route #4

The World Heritage “Shiretoko” – Vast Nature & Wild Animals

ท่องเที่ยวรอบชิเรโตโกะที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก วันแรกเที่ยวชมทิวทัศน์อันงดงามทั้งแปดแห่งของชิเรโตโกะ เดินเล่นรอบทะเลสาบทั้ง 5 แห่งของชิเรโตโกะ เพลิดเพลินกับการล่องแม่น้ำคามุยวักกะยุ สัมผัสเสน่ห์ของธรรมชาติที่มีเพียงที่นี่เท่านั้น ระหว่างทางคุณอาจได้พบหมีสีน้ำตาล หรือกวางฮอกไกโดโดยบังเอิญก็ได้ วันที่ 2 ขับรถเที่ยวทะเลสาบทั้ง 3 แห่ง มีทะเลสาบอันน่าอัศจรรย์ที่ล้อมรอบไปด้วยป่าบริสุทธิ์ และทะเลสาบที่มีเหล่ามาริโมะหลับใหลอยู่ ตอนค่ำแวะคิตามิ เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อย่าง เพื่อลิ้มรสเนื้อย่างสดใหม่

1. น้ำตกโอชินโคชิน น้ำตกที่ไหลผ่านหินลงมาอย่างดุดัน มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “น้ำตกฟุทามิ (น้ำตกสองสาวผู้งดงาม)” เพราะสายน้ำไหลแบ่งออกเป็นสองสาย สามารถเดินขึ้นบันไดไปชมได้จนถึงช่วงกลางของน้ำตก ทำให้ได้สัมผัสถึงพลังของน้ำตกอย่างใกล้ชิด

2. จุดพักรถอุโทโร – ร้านอาหาร Sir-etok เมนูหลากหลายจากปลาแซลมอน ผลิตภัณฑ์ของอุโทโร อาหารชุดปลาย่างชิเรโตโกะ – ปลาแซลมอน 1,400 เยน เสิร์ฟอาหารที่ใช้วัตถุดิบที่สามารถลิ้มรสได้เฉพาะในชิเรโตโกะเท่านั้น ขอแนะนำเมนูปลาแซลมอนที่จับได้จากชิเรโตโกะ (อุโทโร) เมืองที่จับปลาแซลมอนได้มากที่สุดในญี่ปุ่น

3. ทะเลสาบทั้ง 5 แห่งชิเรโตโกะ ทะเลสาบที่น่าอัศจรรย์ 5 แห่ง ที่ผุดขึ้นมาในชิเรโตโกะ ทะเลสาบที่น่าอัศจรรย์ 5 แห่งซึ่งล้อมรอบไปด้วยป่าบริสุทธิ์ ภาพของป่าที่อยู่รอบบริเวณกับทิวเขาชิเรโตโกะสะท้อนลงบนผิวน้ำที่สงบนิ่งนั้นสวยจนเกินคำบรรยาย

4. น้ำตกคามุยวักกะยุ แม่น้ำที่มีน้ำแร่ซึ่งผุดขึ้นมาไหลเวียนอยู่ น้ำแร่ที่ผุดขึ้นมาตรงไหล่เขาของภูเขาไฟที่ยังไม่สงบได้ไหลลงสู่แม่น้ำ ทำให้แม่น้ำทั้งสายกลายเป็นออนเซ็น อุณหภูมิน้ำอยู่ที่ประมาณ 30 องศาเซลเซียส สามารถปีนขึ้นไปตามทางน้ำที่มีน้ำร้อนไหลลงมาได้ด้วย

5. อาหารชิเรโตโกะ อิคคิวยะ ร้านอาหารยอดนิยมที่เปิดมานานที่สุดในอุโทโร คุณสามารถลิ้มลองอาหารชุดประเภทต่างๆ อาหารประเภทเส้น และอาหารเลิศรสที่หลากหลาย เช่น ชาเกะโอยาโกะด้ง, ข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอน, ข้าวหน้าไข่หอยเม่นตามฤดูกาล ซึ่งล้วนแล้วแต่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นทั้งจากภูเขาและทะเลเป็นหลัก

6. ไฮไลท์ของช่องเขาชิเรโตโกะช่องเขาชิเรโตโกะจุดสูงสุดของเส้นทางเชื่อมชิเรโตโกะที่เชื่อมเขตอุโทโร เมืองซาริกับเมืองราอุชุ เป็นสันเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 737 เมตร จุดเด่นก็คือ หิมะสีขาวยังหลงเหลือให้ชม แม้ว่าจะย่างเข้าไปปลายเดือนกรกฎาคมแล้วก็ตาม

7. จุดพักรถชิเรโตโกะ – ราอุสุ รวมสุดยอดของอร่อยแห่งราอุสุ มี “ห้องอาหารชิเรโตโกะ ราอุชุโนะอุมิ” และร้านค้าผลิตภัณฑ์จากทะเลใหม่ของราอุชุ

8. ยุยาโดะไดอิจิ ออนเซ็นหายากของฮอกไกโดที่พลาดไม่ได้ เสน่ห์ของที่นี่ คือ บ่อออนเซ็นหินธรรมชาติกลางแจ้วที่ทำขึ้นมาจากที่ก่อตัวขึ้นตามธรรมชาติ และลำธารที่ไหลผ่านบ่อออนเซ็นรวมกลางแจ้ง

9. หอชมวิวมาชูโกะไดอิจิ จุดชมวิวทะเลสาบยอดนิยม ทะเลสาบแอ่งภูเขาไฟ ที่ไม่มีน้ำไหลเข้ามา มีความใสอยู่ระดับชั้นแนวหน้าของโลก ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชันและมีหมอกเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย จึงมีชื่อเรียกว่า “คิริโนะมาชูโกะ”

10. ทะเลสาบอาคัง ทะเลสาบที่เป็นถิ่นกำเนิดของมาริโมะ จุดที่เป็นตัวแทนแหล่องท่องเที่ยวแห่งโทโด เป็นที่รู้จักกันดีว่า ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืช อนุรักษ์พิเศษที่เรียกว่า มาริโมะ คุณสามารถขึ้นเรือเพื่อเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์อันงดงามตระการตาของภูเขาน้อยใหญ่ในอาคุงได้

11. ช่องเขาบิโฮโร จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นได้รอบทะเลสาบคุชชาโระ สามารถมองเห็นต้นคุมาซาสะมากมายราวกับพรมที่ปูลาดลงไปจนถึงปลายทางสู่ทะเลสาบคุชชาโระ ที่มีเกาะนากาชิมะ และควันที่ล่องลอยขึ้นมาจากภูเขาอิโออุ

12. ร้านเนื้อย่างมารุโช ยงโจเท็น คิตามิ เมืองแห่งเนื้อย่าง เมืองที่มีเนื้อย่างมากกว่าในฮอกไกโด เมื่อเที่ยวกับจำนวนประชากร ในเขตเมืองที่มีการต่อสู้แข่งขันของร้านเนื้อย่างกันอย่างดุเดือด ทำให้มีร้านเนื้อย่างที่คัดสรรเนื้อสดใหม่ รสอร่อยมาเสิร์ฟอยู่เป็นจำนวนมาก

Drive Route #5

Huge Farm Field & Delicious Local Dishes in Obihiro Area

เส้นทางขับรถเที่ยวชมทิวทัศน์ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ที่ทำให้รู้สึกได้ว่า “นี่แหละ คือ ฮอกไกโด” พร้อมทั้งกินยูบาริเมล่อนและทานอาหารขึ้นชื่อของโทงาจิ เส้นทางนี้มีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำมากมายไม่ว่าจะเป็นการแช่โทงาจิออนเซ็น ที่ได้ชื่อว่า “Bijin no yu (น้ำแร่สาวงาม)” หรือการช้อปปิ้งที่ Outlet เป็นต้น และปิดท้ายด้วยการชม “ทิวทัศน์ยามค่ำคืนของซัปโปโร” ที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสามทิวทัศน์ยามค่ำคืนแห่งใหม่ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น

1. จุดพักรถ (Michi no eki) เมโรด (Meroad) เมล่อนระดับสุดยอดของญี่ปุ่น ยูบาริเมล่อนหั่นซีก ตั้งแต่ 300 เยนขึ้นไป สุดยอดเมล่อนอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นที่โด่งดังไปทั่วโลก จนถูกเรียกขานว่า “เพชรสีแดง” จุดเด่นก็คือ กลิ่นหอมและสีส้มของเนื้อผลไม้ที่ชุ่มฉ่ำ ความหวานที่ทะลักล้นออกมาทันทีที่เข้าปากนั้น เป็นความอร่อยที่หากว่าได้ลิ้มรสแค่เพียงครั้งเดียว ก็ทำให้ติดใจจนยากจะลืมได้ทีเดียว

2. สนามแข่งม้าเมืองโอบิฮิโระ การแข่งม้าแบบบันเอ (Ban’ ei Horse Race) เพียงหนึ่งเดียวในโลก การให้ม้าลากเลื่อนแข่งกันหรือที่เรียกว่า “การแข่งม้าแบบบันเอ” นั้นจะถูกจัดขึ้นเพียงที่เดียวในโลก คือ ที่โอบิฮิโระแห่งนี้ การวิ่งแข่งของม้าขนาดใหญ่ที่น้ำหนักกว่า 1 ตัน ซึ่งดูทรงพลังนั้นเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ทีเดียว

3. Tonda ลิ้มรสบุตะด้ง (ข้าวหน้าหมู)อันโด่งดังของโอบิฮิโระ ที่ร้านชื่อดัง Bara Buta Don (ข้าวหน้าหมูสามชั้น) 780 เยน ร้านที่มีชื่อเสียงเรื่องบุตะด้งที่ได้รับการยอมรับในพื้นที่แหล่งกำเนิดของบุตะด้ง ที่ร้านนี้สามารถเลือกเนื้อที่จะใส่ในบุตะด้งได้สามชนิด คือ เนื้อหมูสันใน เนื้อหมูสันนอก และเนื้อหมูสามชั้น สำหรับส่วนที่นิยมกันมากที่สุด ก็คือ เนื้อหมูสามชั้นชิ้นหนานุ่ม

4. Naitai Kougen Farm ทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่สุดสายตา ด้วยขนาดรวม 1,700 เฮกเตอร์ ถือได้ว่าเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์แบบปล่อยที่กว้างใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สามารถชมทิวทัศน์ของทุ่งเลี้ยงสัตว์ที่ปล่อยให้วัวหากินตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นวิวในแบบฮอกไกโดจริงๆ

5. Tokachigawa Onsen Kangetsuen ดื่มด่ำกับบ่อน้ำร้อน Bijin no yu ออนเซ็นแบบไม่พักค้างคืน ผู้ใหญ่ราคา 1,000 เยน ออนเซ็นน้ำแร่มัวร์ที่ประกอบไปด้วยอินทรียวัตถุที่มาจากซากพืชนั้น เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ Bijin no yu (น้ำแร่สาวงาม) น้ำแร่สีอำพันนั้น จะทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นเป็นเหมือนเครื่องประทินผิวธรรมชาติที่นุ่มนวลและอ่อนโยน

6. Outlet Mall เมืองจิโตเซะ RERA ร้านค้ากว่า 400 แบรนด์ที่ขายราคา Outlet ทุกวัน Outlet Mall ขนาดใหญ่ระดับสุดยอดของฮอกไกโดที่มีร้านค้าแฟชั่น คาเฟ่ และร้านอาหารรวมกันกว่า 140 ร้าน ที่นี่ยังสามารถเดินทางมาจากสนามบินจิโตเซะได้อย่างง่ายดาย

7. จุดชมวิวภูเขาโมอิวะ วิวพาโนราม่ามุมกว้าง 360 องศา จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนของซัปโปโร ที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสามทิวทัศน์ยามค่ำคืนแห่งใหม่ ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น เที่ยวเท่านางาซากิและโกเบได้แบบพาโนราม่า คุณจะต้องประทับใจกับความงดงามของทิวทัศน์ยามค่ำคืนของซัปโปโรจากก้นบึ้งของหัวใจอย่างแน่นอน

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย สำหรับการเช่ารถขับในฮอกไกโด

  1. ก่อนรับรถเช่า ควรตรวจสอบสภาพให้เรียบร้อย หากมีการเสียหายต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่
  2. เผื่อเวลาในการคืนรถเล็กน้อย หากคืนล่าช้าจะมีค่าปรับ
  3. ถนนในฮอกไกโดหลายแห่งยังเป็นถนนขนาดเล็ก ควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
  4. โปรดสังเกตป้ายจำกัดความเร็วในแต่ละท้องถิ่น หากไม่มีป้ายหมายถึงบริเวณนั้นจำกัดความเร็วที่ 60 กม./ชม., ทางด่วน 100 กม./ชม.
  5. ขับรถระวังคน และสัตว์ป่าข้ามถนน
  6. จอดรถในที่จัดไว้ให้จอดเท่านั้น ร้านค้าเล็กๆมักไม่มีหรือมีที่จอดรถ ต้องนำไปจอดที่ลานซึ่งมีค่าบริการจอด
  7. ขับรถชิดทางซ้าย หากต้องการเลี้ยวขวาให้รอสัญญาณไฟก่อน หรือรอให้รถว่างก่อน
  8. โปรดสังเกตป้ายเขตแนวห้ามแซง และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  9. หากเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินให้ติดต่อไปที่เบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งไว้ในเอกสารการเช่ารถ