WISMATRAVEL - ตั๋วถูกจัง
ตั๋วถูกจัง

Toyama

โทยามะ มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม
 

Toyama

โทยามะ มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม

          1 ใน 6 จังหวัดที่เทือกเขาเจแปนแอลป์พาดผ่าน (Northern Alps) หรือรู้จักกันในชื่อ Hida Mountains เป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมนั่น คือ เส้นทางเจแปนแอลป์ Tateyama Kurobe Alpine Route และยังมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สำคัญอีกหลายแห่ง ส่วนย่านใจกลางเมืองโทยามะ แม้จะเต็มไปด้วยความคึกคัก ทันสมัย แต่ยังคงมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ให้เยี่ยมชม เลยออกไปแถบชานเมืองเป็นที่ตั้งของเมืองท่าที่สำคัญในอดีตอย่างย่าน Iwase นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวครบครันทั้งย้อนรอยอดีต ท่องเที่ยวชมเมือง เที่ยวชมธรรมชาติทั้งภูเขา หิมะ ทะเล จังหวัดโทยามะยังมีแหล่งจับปลาขนาดใหญ่และหลากหลายสายพันธุ์ ความสดใหม่ของเนื้อปลาซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการทำซูชิ ทำให้ได้ความสดใหม่และรสสัมผัสชั้นเยี่ยม จึงกลายเป็นอาหารขึ้นชื่อประจำจังหวัด สำหรับคนที่โปรดปรานซูชิห้ามพลาดที่จะไปลิ้มลองกันนะคะ 
 
การเดินทางไปโทยามะ >> นั่งรถไฟจากเมืองต่างๆ 
โตเกียว >> โทยามะ จากสถานี JR Tokyo นั่งรถไฟชินคังเซนสาย Hokuriku Shinkansen ลงที่สถานี JR Toyama ใช้เวลา 131-166 นาที แล้วแต่ขบวน
นาโงย่า >> โทยามะ จากสถานี JR Nagoya นั่งรถไฟด่วนพิเศษขบวน LTD. EXP SHIRASAGI หรือ LTD. EXP (WIDE VIEW) SHINANO ลงสถานี JR Kanazawa ใช้เวลา 111-178 นาที (แล้วแต่ขบวน) จากนั้นเปลี่ยนมานั่งรถไฟชินคังเซนสาย Hokuriku Shinkansen มาลงที่สถานี JR Toyama ใช้เวลา 64 นาที
 
การเดินทางภายในเมืองโทยามะ
รถไฟ 
          รถไฟ JR ที่วิ่งบริการภายในตัวเมืองโทยามะและไปยังเมืองใกล้เคียงอื่นๆ มีทั้งหมด 3 สายหลัก โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่สถานี JR Toyama นอกจากนี้ยังมีรถไฟท้องถิ่นสาย Toyama Local Railway ซึ่งให้บริการจากสถานี Dentetsu Toyama (อยู่ติดกับสถานี JR Toyama) ไปยังสถานที่เที่ยวสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางแอลป์ทาเตยามะ-คุโรเบะ (Tateyama Kurobe Alpine Route), Unazuki Onsen, หุบเขาคุโรเบะ (Kurobe Gorge) เป็นต้น
รถราง
          เป็นทางเลือกที่สะดวกในการเดินทางภายในตัวเมืองโทยามะและชานเมือง ซึ่งได้รับความนิยมทั้งจากชาวเมืองและนักท่อง ราคาค่าโดยสารเที่ยวละ 200 เยนตลอดสาย รถจะออกทุก 5-10 นาที รถรางมีให้บริการทั้งหมด 4 สาย คือ
 
Line 1 สายสีเขียว หรือ City Tram สาย 1 วิ่งบริการระหว่างป้าย Toyamaeki-mae (หน้าสถานี JR Toyama) และป้าย Minamitoyamaeki-mae (สถานี Minamitoyama) สายนี้จะผ่านย่านถนนช้อปปิ้ง Sogawa Shopping Arcade 
Line 2 สายสีส้ม City Tram สาย 2 สายนี้วิ่งขนานกับสายสีเขียว โดยวิ่งบริการระหว่างป้าย Minamitoyamaeki-mae (สถานี Minamitoyama) ไปยังป้าย Daigaku-mae (ย่านมหาวิทยาลัย Toyama) ผ่านแม่น้ำ Jinzu นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถรางสายนี้ ไปพิพิธภัณฑ์ Suiboku Museum of Black Wash Painting ได้ 
Line 3 สายสีฟ้า (Loop Line) หรือมีชื่อเรียกว่า CENTRAM วิ่งบริการวนรอบใจกลางเมืองผ่านหน้าสถานี JR Toyama ใช้เวลาเฉลี่ยรอบละ 20 นาที
          Toyama Light Rail PORTRAM มีชื่อเรียกสั้นว่า “PORTRAM” เป็นรถรางสายพิเศษที่ได้รับการออกแบบให้ดูสวยงามทันสมัยวิ่งบริการระหว่างตัวเมืองโทยามะและย่าน Iwase (Toyamaeki-kita และ Iwasehama) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที โดยจุดขึ้นรถรางสายนี้จะแยกจากสายอื่นๆ แต่ไม่ไกลจากสถานี JR Toyama
เดินเท้า
          นอกจากการใช้บริการขนส่งสาธารณะแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานี JR Toyama ได้ ไม่ว่าจะเป็นสวน Fugan Canal Park, Toyama Castle Park และบริเวณรอบๆ เป็นต้น หรือหากใครอยากเดินเที่ยวชมเมืองจริงจังแบบ one-day walking route ก็มีเส้นทางเดินเที่ยววนรอบย่านใจกลางเมือง โดยเริ่มต้นจากสถานี JR Toyama แล้ววนกลับมาบรรจบที่เดิม
รถบัส
          มีรถบัสประจำเมืองหรือ City Bus วิ่งบริการภายในตัวเมืองโทยามะ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่สถานี JR Toyama 
 
การเดินทางไปเมืองคุโรเบะ
          เมืองคุโรเบะ (Kurobe)ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือห่างจากตัวเมืองโทยามะราว 45 กิโลเมตร เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของจุดท่องเที่ยวสำคัญๆ เช่น เส้นทางนั่งรถไฟนำเที่ยวหุบเขาคุโรเบะ (Kurobe) สามารถเดินทางจากตัวเมืองโทยามะได้ไม่ยาก โดยนั่งรถไฟขบวน JR Hokuriku Line จากสถานี JR Toyama ไปลงสถานี Uozu แล้วเปลี่ยนเป็นสายท้องถิ่น Toyama Chiho Railway ที่สถานี Shin Uozu (อยู่ติดกับสถานี Uozu) นั่งไปลงสุดสายที่สถานี Unazuki Onsen ที่นี่มีแหล่งออนเซนและสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ให้แวะเที่ยวชมด้วย จากสถานี Unazuki Onsen ให้เดินไปประมาณ 200 เมตร เพื่อไปยังสถานี Unazuki ซึ่งเป็นสถานีเริ่มต้นของเส้นทางรถไฟนำเที่ยวหุบเขาคุโรเบะ 
 
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
 
ปราสาท Toyama
          ปราสาทเก่าแก่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโทยามะ มีคูน้ำล้อมรอบเพื่อใช้ป้องกันข้าศึกในอดีต สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1543 โดย Jimbo Nagamoto ปราสาทแห่งนี้ได้รับความเสียหายจากการเผาทำลายอยู่บ่อยครั้ง สะท้อนให้เห็นเรื่องราวในอดีตถึงการต่อสู้แย่งชิงอำนาจในยุคสงครามกลางเมือง ต่อมาในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1867) ยังเคยเป็นที่พักของคนในตระกูลมะเอดะ (Maeda) ไดเมียวแห่งแคว้นโทยามะถึง 13 รุ่น ในปี ค.ศ.1954 ปราสาทโทยามะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิมกว่า 3 เท่า มีการผสมผสานสถาปัตยกรรมให้มีความทันสมัยขึ้น อาคารปราสาทมี 4 ชั้น ภายในมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นให้ได้ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของปราสาทโทยามะใกล้ๆ กันยังมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่และที่สำคัญปราสาทแห่งนี้ ยังเป็นจุดชมซากุระที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่นอีกด้วย
ค่าเข้าชม :ผู้ใหญ่ 210 เยน เด็ก 100 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Toyama เดินมาทางฝั่งสถานี Dentetsutoyama แล้วข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม เดินตามถนนหลักไป 800 เมตร ปราสาท Toyama อยู่ด้านขวามือ
 
ล่องเรือ Toyama Matsu River Cruises
          ชมทัศนียภาพอันสวยงามสองฝั่งแม่น้ำ Matsu ซึ่งไหลผ่านกลางเมืองโทยามะ เส้นทางการล่องเรือเริ่มต้นที่ท่าเรือข้างปราสาท Toyama ล่องไประหว่างสะพาน Funa กับจุดบรรจบของแม่น้ำ Matsu และแม่น้ำ Itachi เป็นจุดชมซากุระหนึ่งในร้อยของจุดชมซากุระที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น ตลอดสองฝั่งแม่น้ำจะเต็มไปด้วยต้นซากุระกว่า 500 ต้น นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันงดงาม โดยเรือจะลอดใต้อุโมงค์และสะพานทั้ง 7 แห่ง รวมระยะทาง 2 กิโลเมตร เสียงน้ำไหลใบไม้ร่วงและความงดงามของดอกซากุระที่สะท้อนให้เห็นบนพื้นน้ำ สร้างความประทับใจอย่างไม่มีวันลืม
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,500 เยน เด็ก 750 เยน
การเดินทาง : อยู่ใกล้กับปราสาท Toyama 
 
สวน Fugan Canal Park
          สวนสาธารณะกลางเมืองที่เป็นแหล่งพักผ่อนของชาวเมืองและจุดท่องเที่ยวของคนเดินทาง กลางสวนมีบึงขนาดใหญ่ที่เชื่อมกับคลองฟุกัง (Fugan Canal) แล้วไหลออกสู่ทะเลญี่ปุ่นทางฝั่งอิวะเสะ (Iwase) แลนด์มาร์กโดดเด่นของสวนคือสะพาน Heaven’s Gate โดยอาคารคู่ของสะพานเปิดเป็นจุดชมวิวด้วย ยิ่งในตอนกลางคืนบนสะพานจะเปิดไฟประดับที่ค่อยๆ เปลี่ยนสีวิบวับไปเรื่อยๆ ได้บรรยากาศสวยงามไปอีกแบบ
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : จากสถานี JR Toyama ไปทาง North Exit แล้วเดินตามทางเดินใต้ดินออกทางประตู 2 จากนั้นเดินตรงตามทางเดินประมาณ 450 เมตร แล้วให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปในลานหิน ผ่านตึก Toyama City Gymnasium (อยู่ซ้ายมือ) เดินตรงไปก็จะถึงทางเข้าสวน
 
สะพาน Shin Yamabiko
          ภาพสะพานเหล็กสีแดงเข้มทอดข้ามหุบเขา เบื้องล่างเป็นแม่น้ำ คือ หนึ่งในภาพโปรโมทเส้นทางรถไฟท่องเที่ยวสายเลียบหุบเขาคุโรเบะ (Kurobe Kyoukoku) สะพานสีแดงที่ว่านี้มีชื่อเรียกว่าสะพาน Shin Yamabiko เป็นสะพานแรกตามเส้นทางที่รถไฟนำเที่ยว Torokko โดยจุดที่เราสามารถมองเห็นสะพานได้ชัดเจน คือ จากบนสะพาน Kyuyamabiko ที่อยู่ขนาบข้างกันนั่นเอง ปัจจุบันพื้นที่รอบๆ สะพาน Kyuyamabiko ได้ถูกปรับปรุงให้เป็นเส้นทางเดินเที่ยวและจุดชมวิวธรรมชาติบริเวณนั้น โดยจะยาวไปบรรจบกับทางรถไฟสายเก่า ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ทิวทัศน์โดยรอบจะถูกแต่งแต้มสีสันให้สวยงามสูสีกับสีแดงสดใสของสะพาน พลาดไม่ได้จริงๆนะคะ
การเดินทาง : ด้านข้างของสถานี Unazaki
 
รถไฟนำเที่ยวเลียบหุบเขา Kurobe  
          Kurobe Gorge หรือ Kurobe Kyoukoku เป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาเจแปนแอลป์ทางตอนเหนือ ซึ่งมีแม่น้ำ Kurobe ตัดผ่าน เกิดเป็นหุบเขาลึกที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และยังเป็นอีกเส้นทางเที่ยวชมธรรมชาติด้วยรถไฟนำเที่ยว Torokko ที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะนักท่องเที่ยวต่างก็อยากนั่งรถไฟชมป่าเปลี่ยนสีที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยใบไม้สีแดง เหลือง ส้ม เกือบตลอดเส้นทาง แต่ถึงจะไม่ใช่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี รถไฟนำเที่ยวสายนี้ก็ยังบริการในฤดูกาลอื่นๆ เช่นกันยกเว้นช่วงธันวาคม ถึง เมษายน ที่จะหยุดวิ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณหิมะด้วย
          ขบวนรถไฟนำเที่ยว Torokko ที่วิ่งเลียบหุบเขาคุโรเบะ มี 3 แบบด้วยกัน คือ แบบธรรมดาเปิดด้านข้าง เห็นวิวและรับลมเต็มๆ แบ่งเป็นตู้เล็กๆ แต่ละตู้ก็จะแบ่งที่นั่ง แบบถัดมา คือ Special Train ตู้แบบมีกระจกกั้นด้านข้าง สามารถมองวิวผ่านกระจกได้ ที่นั่งเป็นเบาะมีพนักพิง แบบนี้บวกราคาค่าที่นั่งเพิ่มคนละ 370 เยน
          ส่วนแบบสุดท้ายเรียกว่า Relax Train คล้ายๆกับแบบ Special แต่เบาะที่นั่งจะหนานุ่มกว่า แบบนี้ต้องจ่ายเพิ่มคนละ 530 เยน เรื่องที่นั่งก็เลือกกันได้ตามอัธยาศัยเลยค่ะ
          สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวสายนี้เริ่มจากสถานีต้นทาง Unazaki ไปยังสถานีปลายทาง Keyakidaira ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที รถไฟจะแวะจอดทั้งหมด 4 สถานีหลัก ได้แก่ Unazaki, Kuronagi, Kanetsuri และ Keyakidaira ซึ่งเราสามารถแวะชมธรรมชาติรอบๆ ได้อย่างจุใจ แต่อย่างไรเสีย...ก็อย่าลืมเช็คเวลาเที่ยวรถไฟขากลับไว้ด้วยนะคะ
ค่าเข้าชม : ขบวนธรรมดาจากสถานี Unazaki ไปสถานีปลายทาง Keyakidaira ราคา 1,710 เยน/เที่ยว (ขบวนที่นั่งพิเศษเพิ่ม 370-530 เยน/เที่ยว)
การเดินทาง : จากสถานี Unazaki นั่งรถไฟนำเที่ยว Torokko Electric Train >> สถานี Kuronagi >> สถานี Kanetsuri >> สถานี Keyakidaira 
 
เส้นทางเจแปนแอลป์ Tateyama Kurobe Alpine Route
          เจแปนแอลป์ (Japan Alps) เป็นชื่อเรียกเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ทอดผ่านเกาะฮอนชู ซึ่งเป็นเกาะหลักของญี่ปุ่น เทือกเขาที่ว่านี้มีลักษณะคล้ายกับเทือกเขาแอลป์ในยุโรป จึงได้รับการขนานนามว่า เจแปนแอลป์ และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Japan Alps National Park หรือ Chubu Sangaku National Park ครอบคลุมพื้นที่มากถึง 6 จังหวัดในภูมิภาค Chubu คือ Niigata, Toyama, Nagano, Gifu, Yamanashi และ Shizuoka เจแปนแอลป์แบ่งเป็น 3 ช่วงหลักๆ คือ 
แอลป์ตอนเหนือ (Northern Alps) รู้จักกันในชื่อ Hida Mountains ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือ Nagano, Toyama, Gifu และส่วนหนึ่งเชื่อมไปถึง Niigata
          แอลป์ตอนกลาง (Central Alps) เทือกเขาบริเวณนี้เรียกกันว่า Kiso Mountains พาดผ่านพื้นที่ของจังหวัด Nagano 
         แอลป์ตอนใต้ (Southern Alps) หรือที่เรียกกันว่า Akaishi Mountains กินพื้นที่บางส่วนของจังหวัด Nagano ไปจนถึงบางส่วนของจังหวัด Yamanashi และ Shizuoka
          เนื่องจากเทือกเขาเจแปนแอลป์ แผ่กว้างครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด และตามแนวเทือกเขานี้ก็มีหลายเส้นทางแยกไปยังเมืองสำคัญของแต่ละจังหวัดได้ หลายเมืองเป็นจุดที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามและยิ่งใหญ่ของเจแปนแอลป์ได้อย่างชัดเจน แต่เส้นทางที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม ก็คือ เส้นทางเจแปนแอลป์ทาเตยามะ-คุโรเบะ (Tateyama Kurobe Alpine Route) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ เป็นเส้นทางที่ทะลุผ่านภูเขาทาเทยามะที่ความสูง 2,450 เมตร จากระดับน้ำทะเล (แต่ยอดที่สูงที่สุด คือ 3,015 เมตร) เส้นทางแอลป์นี้ได้ชื่อว่า เป็นหลังคาของญี่ปุ่น เชื่อมระหว่างเมือง Toyama จังหวัด Toyama และเมือง Omachi จังหวัด Nagano สำหรับการท่องเที่ยวตามเส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route นี้ถือว่าค่อนข้างสะดวกมากทีเดียว เพราะมีบริการขนส่งสาธารณะหลายรูปแบบตลอดเส้นทาง ทั้งเคเบิลคาร์, รถบัส, รถกระเช้า, รถบัสไฟฟ้าลอดผ่านอุโมงค์ ระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสถึงความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของพืชพันธุ์ต่างๆ ที่เติบโตอยู่ในบริเวณนี้ ที่สำคัญคือมีจุดท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศสวยงาม น่าทึ่งแตกต่างกันไปตลอดเส้นทาง จุดท่องเที่ยวที่สำคัญมีดังนี้
 
  • Bijodaira หรือที่ราบบิโจไดระ เป็นจุดท่องเที่ยวจุดแรกบนเส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route (จากสถานี Tateyama นั่ง Cable car ประมาณ 7 นาที ก็จะถึงป้าย Bijodaira) ด้านหน้าสถานีมีต้นสนขนาดใหญ่ที่มีชื่อเรียกว่า ต้นสนหญิงงาม (Bijosugi หรือ Beautiful Woman Cedar) ซึ่งมีตำนานว่าเป็นต้นสนที่เจ้าหญิงองค์หนึ่งได้พบระหว่างทางและตั้งจิตอธิษฐานขอให้พบคู่หมั้น และสุดท้ายคำอธิษฐานก็เป็นจริง ทั้งคู่ได้แต่งงานกัน ต้นสนนั้นจึงถูกเรียกว่า บิโจสุงิ
  • Midagahara หรือทุ่งมิดางะฮาระ เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ ตั้งอยู่ที่ความสูงราว 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นับเป็นพื้นที่ลุ่มมีน้ำขังขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น บริเวณทุ่งแห่งนี้มีเส้นทางเดินเที่ยวชมธรรมชาติ หรือเส้นทางเดินเที่ยวบนทางไม้ (Boardwalk) อยู่ด้วยกัน 3 เส้นทางใหญ่ๆ 
  • Tengudaira หรือทุ่งราบเท็นงุไดระ บริเวณนี้มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติที่เชื่อมต่อไปยังมูโรโด (สถานี/ป้ายถัดไป) ได้ หากใครมีเวลาและกำลังขาดีเยี่ยม ทางเดินเส้นนี้ก็น่าเดินเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ไม่น้อย จะได้เห็นทุ่งกว้างโอบล้อมด้วยเทิอกเขา
  • Murodo หรือมูโรโด ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์หลักของเส้นทางเจแปนแอลป์สายนี้ สถานที่เด่นๆในบริเวณนี้ ได้แก่ จุดชมวิวบริเวณบึงมิกุริกะ (Mikurigaike) ที่มีผิวน้ำสีน้ำเงินเข้มหรือสีเขียวมรกต, บ่อแช่น้ำพุร้อนธรรมชาติมิกุริกะ-อิเกะ ที่อยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่น อนุสรณ์ไว้อาลัยนักไต่เขาผู้เคราะห์ร้ายจากภัยพิบัติ (Memorial to lost mountaineers), เทวรูปแกะสลัก, บ่อตาน้ำแร่ธรรมชาติ เป็นต้น และที่นี่มีโรงแรมเปิดบริการด้วยเช่นกัน

    บริเวณนี้ยังมีเส้นทางเดินชมธรรมชาติ 3 เส้นทางด้วยกัน คือ เส้นทางไป-กลับบึงมิกุริกะ ระยะทาง 600 เมตร อีกเส้นทางคือรอบบึงมิกุริกะ ระยะทางราว 1.7 กิโลเมตร และเส้นทางที่ไปวกกลับที่ Raichozawa ระยะทางประมาณ 2.4 กิโลเมตร ที่นี่จึงเป็นอีกแห่งที่จะเห็นนัก Trekking ชาวญี่ปุ่นแบกเป้ ถือไม้เท้าประคองเดินอยู่เป็นระยะๆ

    อีกจุดไฮไลท์ของเส้นทางระหว่างทุ่งราบ Tengudaira กับ Murodo ก็คือกำแพงหิมะ Yuki-no-Otani อันโด่งดัง ซึ่งจะเปิดเส้นทางประมาณกลางเดือนเมษายน – สิงหาคม (ช่วงที่กำแพงหิมะสูง คือ กลางเมษายน – พฤษภาคม จากนั้นหิมะจะเริ่มละลายลงเรื่อยๆ)
  • Diakanbo หรือไดกันโบเป็นสถานีหนึ่งที่จะต้องเปลี่ยนพาหนะเพื่อจะไปยังจุดต่อไปตามเส้นทางเจแปนแอลป์ทาเตยามะ คุโรเบะ แต่อย่าเพิ่งผ่านเลยนะคะ เพราะที่ด้านหน้าสถานีนี้มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพเทือกเขาเจแปนแอลป์, เขื่อนคุโรเบะและเส้นทางรถกระเช้าได้อย่างชัดเจน (ถ้าไม่เจอกลุ่มเมฆหมอกจัด) ส่วนอีกจุดที่สามารถชมวิวได้ คือ บนดาดฟ้าของสถานี
  • Kurobedaira หรือที่ราบคุโรเบะไดระ บริเวณด้านนอกสถานีนี้ได้จัดภูมทัศน์เป็นสวนขนาดกลางที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์ที่เติบโตบนเทือกเขาแถบนี้ และมีมุมนั่งชมวิว ซึมซับความงดงามอยู่หลายจุด นอกจากนี้ภายในสถานีมีร้านค้าและร้านอาหารเปิดบริการด้วย
  • Kurobe Dam หรือเขื่อนคุโรเบะ เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวสำคัญและเป็นที่เที่ยวลำดับสุดท้ายประจำเส้นทางเจแปนแอลป์ทาเตยะมะ-คุโรเบะ สำหรับตัวเขื่อนคุโรเบะตั้งอยู่ที่ความสูง 1,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นเขื่อนคอนกรีตแบบโค้งสูง 186 เมตร บริเวณนี้มีทางเดินชมวิวเลียบสันเขื่อน และมีจุดชมวิวหลักๆ 2 จุด้วยกัน คือ ที่ลานชมวิวขนาดกว้าง ตั้งอยู่ในระยะที่สามารถชมการปล่อยน้ำจากเขื่อนในระยะใกล้ ส่วนอีกจุดจะต้องเดินขึ้นบันไดวนไปยังลานชมวิวด้านบนที่กว้างสุดลูกหูลูกตา นอกจากนี้มีจุดล่องเรือเที่ยวชมทะเลสาบคุโรเบะรอบละ 30 นาที ค่าบริการ 1,050 เยน / คน

เวลาเปิด-ปิด : เส้นทางแอลป์ทาเตยามะปกติจะปิดในฤดูหนาว โดยจะเปิดใช้เส้นทางได้ทั้งหมดประมาณกลางเดือน เม.ย.-พ.ย.ทั้งนี้กำหนดเวลาในแต่ละปีจะใกล้เคียงกันแต่อาจไม่ตรงกัน ขึ้นกับสภาพอากาศ
ค่าเข้าชม : 
  1. ค่าตั๋วเดินทางรวมทั้งหมดจากสถานี Tateyama-Ogizawa ราคาประมาณ 8,290 เยน/เที่ยว (หรือตั๋วจากสถานี Tateyama-Shinano-Omachi ราคาประมาณ 10,850 เยน)
  2. ค่าตั๋วเดินทางแบบรวมจากสถานี Dentetsu Toyama-Ogizawa ราคาประมาณ 9,490 เยน/เที่ยว (หรือตั๋วจากสถานี Dentetsu Toyama-Shinano-Omachi ราคาประมาณ 10,850 เยน)
  3. ค่าตั๋วแบบเดินทางไป-กลับสถานี Dentetsu Toyama – เขื่อน Kurobe ราคาประมาณ 13,190 เยน

การเดินทาง : จากตัวเมือง Toyama นั่งรถไฟสายเอกชนที่สถานี Dentetsu Toyama (ติดกับสถานีรถไฟ JR Toyama) สาย Toyama Chiho Railway Tateyama ไปลงที่สถานี Tateyama แล้วนั่ง Cable Car ไปยังป้าย Bijodaira จากนั้นนั่งรถบัส Highland Bus ไปลงที่ป้าย Midagahara หรือไปลงป้าย Tengudaira (ป้ายเล็กคนลงน้อย) หรือหากไม่แวะป้ายนี้ก็ไปลงที่ป้าย Murodo ได้เลย จากนั้นนั่งรถบัสไฟฟ้า Tunnel Trolley Bus ไปลงป้าย Daikanbo แล้วนั่งรถกระเช้า Tateyama Ropeway ไปลงป้าย Kurobedaira แล้วนั่ง Cable Car ลงมาที่ป้าย Kurobeko (เดินเที่ยวชมเขื่อน) แล้วเดินต่อไปที่ป้าย Kurobe Dam (จากป้าย Bijodaira ไปจนถึงป้าย Kurobe Dam เป็นจุดท่องเที่ยวทั้งหมด สามารถแวะลงแล้วเดินเที่ยวได้) นั่งรถบัสไฟฟ้า Kanden Tunnel Trolley Bus ไปลงป้าย Ogizawa จากนั้นสามารถซื้อตั๋วรถบัสท้องถิ่นเดินทางไปยังสถานี JR Shinano-Omachi เองได้ (หรือถ้าซื้อตั๋วรวมแล้วก็สามารถขึ้นรถบัสได้เลย)